Tale of Lapiece___[2]
posted on 09 May 2008 00:01 by bloodrabbit in Fiction
เส้นผมสีขาวบริสุทธิ์สั้นปลิวเล่นกับสายลมอ่อน ใบหน้าขาวอมเหลืองหันมองร่างที่ล้มลงตรงหน้า
ดวงตาสีดำทอประกายสีแซฟไฟต์แลดูไม่เข้าคู่กับดวงตาสีทับทิมเลือดอีกข้าง
ร่างสูงแข็งแกร่งหันกายกลับก่อนจะย่อลงดูอาการของเด็กหญิงที่สลบไปในอ้อมแขนของเด็กหนุ่มอีกคน
ใบหน้าคมคายกระตุกยิ้มบางๆ เมื่อเห็นใบหน้ากลัดกลุ้มของอีกฝ่าย
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ.....คาเมล่าของผม แค่สลบไปเท่านั้น ขอบคุณมากนะครับ.........ที่มาตามการคาดเดาของผม”
สิ้นประโยคคิ้วขาวเรียวขมวดเข้าหากันอย่างมึนงงก่อนจะยกกายออกห่าง
ดวงตาที่ไม่คู่กันจ้องมองดวงตาที่ไม่เข้ากันของอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง เด็กหนุ่มผมเงินขำในลำคอเมื่อเห็นปฏิกิริยาเช่นนั้น
ยันร่างสูงโปร่งของตนขึ้นเต็มความสูง พร้อมกับยกร่างเล็กในอ้อมแขนขึ้นตามมา
“ไปคุยกันต่อที่ห้องพยาบาลเถอะครับ.....ให้คาเมล่านอนที่เตียงน่าจะสบายกว่า.....”
ถึงจะยังลงมีรอยสงสัยบนใบหน้าขาวอมเหลืองหากแต่เด็กหนุ่มก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะยันกายขึ้นตาม
แต่แล้วก็มีเสียงหยาบดังขึ้นแทรก
“พวกแกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!!!! จนกว่าจะชดใช้ในสิ่งที่พวกแกทำกับลูกพี่ของพวกข้า!!!”
พวกเด็กอันธพาลตามลุกฮือขึ้นมาล้อมเด็กทั้งสามๆไว้ พร้อมกับตั้งท่าหาเรื่อง
ขณะนั้นเองดวงตาไม่เข้าคู่ของซายะก็เหลือบไปเห็นบางสิ่ง รอยยิ้มแสยะปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“เริ่มจากแกเลยแล้วกันไอ้แส่ไม่เข้าเรื่อง !!!!”
เด็กเกเรคนหนึ่งพุ่งหมัดตรงมาทางใบหน้าขาวอมเหลือง จังหวะที่เด็กหนุ่มกำลังจะขยับกายหลบพร้อมกับสวนกลับ
ก็ปรากฏร่างสูงโปร่งมากั้นระหว่างคนทั้งสอง ใบหน้าขาวเนียนใสรับหมัดนั้นเต็มแรง หยดเลือดไหลซึมลงมาจากมุมปาก
ซายะทรุดกายลงโดยมีแขนของเด็กหนุ่มผมขาวรองรับไว้พอดี
รอยยิ้มเหยียดหยามแสยะขึ้นอย่างพอใจบนใบหน้าเหี้ยม หากแต่ก็..........ปรากฏไม่ได้ไม่นานนัก.......
“พวกเธอทำอะไรกันน่ะ!!!!!!”
เสียงแหลมตวาดดังลั่น เรียกทุกสายตาให้จ้องมองปรากฏร่างของหญิงสาวท่าทางน่าเกรงขาม
ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองไปทางพวกเด็กเกเร และมองเด็กชายที่โดนชกล้มลงไปต่อหน้าต่อตาของเธอ
“อะไรกันเนี่ย......วันแรกก็จ้องหาเรื่องกันแล้วงั้นเหรอ !!!......พวกเธอไปเจอฉันที่ห้องปกครอง ถ้าไม่ไปคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น......”
นิ้วเรียวชี้สั่งไปทางกลุ่มเด็กเกเร พวกนั้นถึงกับหน้าถอดสี ด้วยความไม่นึกไม่ฝันว่าอาจารย์ฝ่ายปกครองจะเดินมาแถวนี้
“แล้วทำไมอาจารย์ไม่บอกให้เจ้าพวกนั้นไปด้วยล่ะ!!!!”
เด็กคนหนึ่งในกลุ่มนั้นตวาดอย่างไม่พอใจ เมื่อรู้สึกดูเหมือนพวกตนจะโดนเรียกแค่ฝ่ายเดียว
อาจารย์ฝ่ายปกครองเหลือบหันไปมอง
“ฉันเห็นอยู่เต็มตาว่าพวกเธอชกเค้าก่อน!!!!......ไปได้แล้วไม่ต้องบ่น ส่วนเธอน่ะพาเพื่อนสองคนไปห้องพยาบาลด้วยล่ะ”
เสียงแหลมหันไปพูดกับเด็กผมขาวที่ยังเอ๋องงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
มองตามแผ่นหลังของอาจารย์หายลับไปกับพวกที่มาหาเรื่องเมื่อครู่
ก่อนจะออกแรงแบกร่างของเด็กชายและเด็กหญิงคู่นี้ไปที่ห้องพยาบาล
.....ว่าแต่......ยังไม่รู้จักกันเลย = =............
โดยที่เด็กหนุ่มหารู้ไม่ว่าชายที่ตนนำพาดบ่าอยู่นั้น
.......กำลังฉีกยิ้มกว้างมากแค่ไหน.......
ณ ห้องพยาบาล.......ห้องที่มีอยู่ประจำทุกตึกเรียน......
“เพื่อนของเธอไม่เป็นไรแล้วนะจ๊ะ เด็กผู้หญิงคนนี้แค่เป็นล้มไปน่ะ........ส่วนเด็กผู้ชายครูทำแผลให้แล้วจ๊ะ^^”
หญิงสาวในชุดพยาบาลสีขาวกล่าวอย่างอ่อนโยนหลังจากทำแผลในเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งซึ่งนอนอยู่บนเตียงเสร็จแล้ว
เด็กหนุ่มผมขาวยิ้มน้อยๆ พร้อมกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อม
หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะจัดแจงเก็บอุปกรณ์ทำแผลกับชิ้นสำลีที่ใช้แล้วใส่ถาดอลูมิเนียมสีเงิน
“งั้นครูขอตัวไปทำธุระก่อนนะ มีอะไรก็ใช้โทรศัพท์ตรงนั้นโทรเรียกก็แล้วกัน^^”
หญิงสาวว่าพร้อมกับชี้ไปที่โทรศัพท์บนเคาเตอร์ยา ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
ร่างสูงแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มผมขาวทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงนอน ยังไม่ทันได้กระทำสิ่งใด
ดวงตาไม่เข้าคู่กันของร่างบนเตียงก็ลืมขึ้น
“สวัสดีครับ ซาชิโร่ แห่งตระกูลสกาเล็ต”
คิ้วขาวเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจที่มีคนมาเรียกชื่อตระกูลของตนต่อหน้าตน
นัยน์ตาสีต่างจับจ้องใบหน้าบวมช้ำที่ประดับรอยยิ้มที่ตนไม่อาจคาดเดาความคิดของร่างที่นอนอยู่บนเตียงได้เลย
......แต่บอกได้คำเดียวว่า ไม่น่าไว้วางใจขั้นรุนแรง -*-...........
“ไหนๆ เจ้าก็รู้ชื่อของข้าแล้ว......ข้าเห็นว่าข้าควรจะได้รู้ชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าเป็นการแลกเปลี่ยน”
เสียงทุ่มแตกห้าวอย่างเด็กวัยรุ่นเอ่ยถามขึ้น เด็กหนุ่มผมเงินจ้องมองบุคคลข้างเตียงก่อนจะแย้มยิ้มจนตาปิด
มือบางขาวยกขึ้นลูบบริเวณใบหน้าที่บวมช้ำ ฉับพลันบาดแผลฟกช้ำสีม่วงคล้ำก็จางหายไปจากใบหน้าขาวใส
ดวงตาสีต่างของอีกผู้คนเบิกกว้างหากยังไม่แสดงท่าทีตกใจจนเกินเหตุ
“ผม......ซายะครับ....องค์รักษ์อันดับที่ 7 แห่งตระกูลสกาเล็ด......”
.....องค์รักษ์อันดับที่7......
......สกาเล็ต........
ใบหน้าคมขาวอมเหลืองแน่นิ่งไปอย่างมึนงง ภาพความทรงจำครั้งอดีตค่อยๆ ฉายราวกับภาพยนตร์ภายในความคิด
.....ซายะ......
มือแกร่งคว้ากระชากร่างบนเตียงขึ้นมาประจันหน้า ด้วยความเร็วที่มองไม่เห็นการเคลื่อนไหว
ส่งผลให้ใบหน้าขาวใสของคนโดนบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บเพียงชั่วขณะก่อนจะแปรกลับมาแย้มยิ้มเช่นเดิม
แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของผู้ที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมได้
ซาชิโร่คายแรงที่บีบรัดคอเสื้อของอีกฝ่ายแต่ก็ยังไม่ปล่อยให้เป็นอิสระ เสียงทุ่มห้าวเอ่ยถามราวเสียงกระซิบ
“ซายะอยู่ที่ไหน.......”
“ก็อยู่ตรงหน้าคุณไงครับ.......”
คิ้วขาวขมวดเข้าหากันอีกครั้งเมื่อได้รับคำตอบที่ไม่ตรงกับความคิดของตนอย่างสิ้นเชิง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรมากความ
เสียงประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมทั้งปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยและเด็กหญิงร่างเล็กโผล่กายเข้ามา
โดยมีชายหนุ่มผมสีดำสนิทก้าวตามหลังมา
“เจ้าหมาน้อยมาเถรไถลแถวนี้นี้เอง !!!!”
เสียงแหลมใสตะโกนขึ้น ยังไม่ทันที่ผู้ถูกเรียกจะต่อล้อต่อเถียงกันเจ้าตัวเล็กก็กระโดดขี่คอของเด็กหนุ่มผมขาว
พร้อมกับที่เด็กหญิงมายืนอยู่ข้างๆ
“คือว่า.....เห็นว่าพี่ชิโร่ยังไม่มาซะที พี่คุโร่เลยบอกให้มาทีห้องพยาบาลค่ะ”
เสียงใสดังขึ้นอธิบาย นัยน์ตาสีต่างเหล่มองชายหนุ่มผมดำที่ยืนพิงกำแพงอยู่ข้างประตู
ก่อนจะหันกลับมาที่ใบหน้าของคนที่ถูกตนกระชากคอเสื้ออยู่ ใบหน้าขาวใสยังคงแย้มยิ้มให้อย่างไม่ทุกข์ร้อน
“ขี้เกียจยุ่งกับเจ้าแล้ว......ข้าไปดีกว่า”
ซาริโร่ปล่อยมือออกจากคอเสื้อยับ ลุกขึ้นโดนมีเด็กน้อยขี่คออยู่
ขณะที่กำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูไปนั้นก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงนุ่มที่กล่าวคำพูดชวนสงสัย
“ยังไง.......คุณก็ต้องเจอผมอีกครั้งแน่นอนครับ....”
เด็กหนุ่มพยายามไม่สนใจในคำพูดนั้นพร้อมกับรีบจ้ำเท้าเดินออกไปจากบริเวณนั้นไปโดยมีชายหนุ่มผมสีดำเดินตามออกไป
เด็กหญิงร่างเล็กแสดงอาการลนลานก่อนจะตัดสินใจโค้งให้ร่างที่นั่งอยู่บนเตียงที่กำลังส่งยิ้มแสนสวยมาให้เธอ
“ขอโทษที่พี่ชิโร่เสียมารยาทนะค่ะ.......หนูชื่อ ไลล่า ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ.....ต้องไปแล้วค่ะขอตัวนะค่ะ”
ร่างเล็กรีบกล่าวก่อนจะวิ่งตามออกไป ใบหน้าขาวใสค่อยๆ คายรอยยิ้มลงเมื่อลับแผ่นหลังบาง
เบนศีรษะหันกลับมายกมือลูบลำคอที่ได้รับแรงกระชากเมื่อครู่
“ยังไง.....ก็ต้องเอาคุณมาเป็นพวกให้ได้ครับ.....ซาชิโร่”
“ฮือ......”
เสียงครางจากร่างเล็กบนเตียงข้างๆ เรียกให้เด็กหนุ่มหันไปมอง ร่างสูงโปร่งยันกายขึ้นจากเตียง
ขาเรียวก้าวเดินไปนั่งบนเตียงนุ่มที่ร่างเล็กนอนอยู่ ฝ่ามืออุ่นยกขึ้นลูบที่เส้นผมสีน้ำเงินที่ปกคลุมใบหน้าขาวนวลออก
ดวงตากลมโตปรือขึ้นเมื่อรู้สึกสัมผัสแสนอ่อนโยน
“ท่านซายะ.......”
“พักผ่อนอีกสักพักก็ได้ครับ ยังมีเวลาอีกกว่าจะเข้าเรียน.......ผมจะนั่งอยู่ข้างๆ ตอนคาเมล่าหลับนะครับ”
น้ำเสียงนุ่มถ่ายทอดคำพูดแสนหวาน ใบหน้าเล็กยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
มือผอมบางยกขึ้นกุมที่มือเรียวอุ่นของอีกฝ่ายยกขึ้นแนบที่พวงแก้มใสของตน
“จับมือท่านซายะเอาไว้แบบนี้.....ตอนที่คาเมล่าตื่นขึ้นมาจะได้เห็นท่านซายะเป็นคนแรก”
เด็กหญิงกล่าวอย่างละเมอเรียกรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม
“ครับ....คาเมล่าของผม”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------