|
อนึ่งก่อนอ่าน อธิชา = ณัฏฐา นะงับ^^
(เนื่องจากว่าเจ้าของชื่อมาทวงเลยต้องคืน=A=")
คำผิดมีช่วยแก้ไขด้วยนะค่ะ^^"
update วันที่7 มีนา 2552 : ช่วงเวลาผิดพลาดไปหน่อยงับ= ="
----------------------------------------------------------------------------------
วันนี้วันที่ 24 ธันวาคม....
อีกประมาณ 7 วันจะถึงงานปีใหม่ที่แก๊งมาเฟียประจำห้องจัดขึ้น
เป็นข่าวที่กำลังบูมมากในช่วงนี้ หรืออาจจะก่อนหน้าผมก็ไม่รู้เพราะผมเพิ่งจะได้ยินวันนี้
จากพวกไม่ปกติ....
ไม่ปกติยังน้อยไปน่ะสิ-*-
....Dark area.....
จริงๆ ผมก็ไม่คิดจะไปคบค้าสมาคมกับคนพวกนั้น แค่มีตัวน่ารำคาญชอบมาบริเวณที่ผมอยู่ประจำแต่ก็...
เพราะอาว่านั่นแหละ-*-
"ทำหน้ายังกับตูดลิงเลยนะครับ^^"
ทำไมต้องพาเจ้านี่มารบกวนผม!!!!
"ยังดีกว่าตุ๊กตาได้แต่ยิ้มอย่างแก"
"ขอบคุณที่ยังอุตส่าห์ให้ผมเป็นตั้งตุ๊กตานะครับ ^^"
ไอ้หน้าสวยสวนกลับมาโดยทันที บางครั้งผมก็รู้สึกว่าสมองมันทำด้วยอะไร ถึงได้คิดคำพูดคำจาออกมาโต้ตอบได้ราวกับไม่ต้องผ่านการกรองจากสมอง แต่ก็ทำเอากวนประสาทจนน่าเตะไปให้พ้นสายตา
"คืนอาว่ามาซะ....เสร็จแล้วก็รีบๆ ไปได้แล้ว-*-"
ก่อนที่ฉันจะส่งพระบาทาไปประเคนถึงหน้าแก....
ผมต่อประโยคนั้นในใจ ยื่นมือไปใกล้กับมือเล็กที่อาว่าเกาะอยู่ เจ้านกอ้วนกระโดดมาเกาะที่มือผมก่อนจะส่งสายตาบ๊องแบ๊วมาให้
อีแบบนี้ใครจะไปโกรธลงกัน.....
...............................................................................
ดวงตาสีไพลีนทอประกายไม่คาดฝัน ใบหน้าขาวซีดมีรอยประหลาดใจปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะแปรเป็นใบหน้ายิ้มแย้มดังเดิม ไม่รู้ว่าเหตุใดหรืออะไรดลใจ แต่ที่แน่ๆ เด็กหนุ่มร่างเล็กขอเลือกที่จะอยู่เงียบๆ อย่างไร้ตัวตน ณ ขณะนี้ดีกว่า
....ใครกันแน่ครับ....
......ที่ตอแหล.....
ปอยังคงมองอยู่ที่เดิม ยังคงมองคนเผลอไผลที่ไม่รู้ตัวว่า ใบหน้าของตนเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร
....รอยยิ้มจางๆ....
....อ่อนโยน และอบอุ่น......
ฉับพลันอีกฝ่ายก็หันควับมาทำหน้ายักษ์ใส่ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักและรอยยิ้มกว้างจากคนตัวเล็กได้ดียิ่งนัก
"จะมองกันอีกนานไหม?....ไสหัวไปซะ-*-"
"จนกว่าคนตอแหลจะเลิกตอแหลแล้วกันครับ^^"
"ใครจะตอแหลเกินแก"
"ก็ใครบ้างคนที่แกล้งทำหน้าหงิกได้ทั้งวัน...."
"ยังดีกว่าคนยิ้มตอแหลได้ทั้งวัน"
"ไม่เคยได้ยินคติที่ว่า 'ยิ้มวันละนิด จิตแจ่มใส' เหรอครับ?"
"แล้วเคยได้ยินคติที่ว่า 'โกหกวันละนิด ก้าวลงนรกทีละก้าว' ไหมล่ะ?"
คนตัวเล็กสงบฝีปากสักพัก คิ้วเรียวขมวดน้อยๆ แต่ยังคงรอยยิ้มบนใบหน้าใส ก่อนจะเอ่ยวาจาตอบ
"คิดเอาเองใช่ไหมครับ?"
"เข้ากับแกดี"
ภาพเด็กหนุ่มนั่งพิงลำต้นใหญ่ของต้นไม้สูงกำลังลูบขนสีเหลีองนุ่มของเจ้านกน้อยบนไหล่กว้างสะท้อนอยู่ภายในอัญมณีสีไพลิน ปอนั่งมองคนหน้าหงิกที่ดูหงิกน้อยกว่าปกติกำลังเล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวเล็กโดยไม่แม้จะหันมาสนใจคู่สนทนาเลยสักนิด
คนหน้าสวยถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยิ้มที่มุมปาก
"งั้นก็คงเข้ากับคุณเหมือนกันสินะครับ"
..................................................................................................
ผมเหลือบสายตาไปมองคนที่ไล่ยังไงก็ยังไม่ไปซะที
เค้ายิ้มเหมือนทุกครั้งที่รู้ว่าคำพูดของเค้ามีผลต่อผม
เหมือนทุกครั้งที่รู้ว่าผมไม่สามารถโต้ตอบเค้าได้
เหมือนทุกครั้งที่เค้ารู้ว่า เค้าชนะ....
....ผมไม่ได้โกหกเป็นชีวิตจิตใจแบบมันนี่........
....แต่ว่า.....
"งั้นเราสองคน...."
"ก็คงจะเข้ากัน...."
................................................................................................
วันนี้วันเสาร์ที่ 27.......
ปกติผมไม่ใช่คนชอบเที่ยว
ยิ่งที่ที่มีคนมากๆ ยิ่งไม่เคยคิดจะไปเฉียดใกล้
ถ้าไม่เพราะ...
"วินด์ออกไปแทนแม่หน่อยสิ~"
"ไปไหนครับ??"
"ไปเลือกของขวัญน่ะ แม่นัดเค้าไว้แต่แม่ไม่ว่างช่วยไปแทนแม่หน่อยนะ^^"
"ก็โทรยกเลิกไปสิครับ-*-"
"นะๆ ช่วยแม่หน่อย ตอนเที่ยงที่พารากอนนะ^^"
"ครับ-*-"
....ผมเลยต้องมาอารมณ์เสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้!!!!......
"โอ๊ย!!"
"ขอโทษครับ"
ความเผลอเลอของผมทำให้ลืมดูทางเดินไปชนผู้หญิงคนหนึ่งเข้า ผมรีบประคองร่างผอมบางนั้นขึ้น เธอก้มลงปัดกระโปรงยีนสีน้ำเงินเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา.....ใบหน้าที่คุ้นเคย....
"ไม่เป็นไร.......วินด์..."
"อธิชา....."
...............................................................................
นัยน์ตาสีนิลจ้องมองร่างเล็กในอ้อมแขน น้ำหนักแสนน้อยนิดที่กดทับบ่งบอกว่าคนตรงหน้าซูบเซียวไปมาก....
มากจนน่าใจหาย....
ดวงหน้าเรียวเบนหลบสายตาจับผิดของเด็กหนุ่ม แต่ก็ต้องหันกลับมาด้วยความตกใจเมื่อร่างกายถูกอีกฝ่ายจูงลากให้ตามไปโดยที่ตนไม่อาจจะขัดขืน
...หรือถ้าให้พูดตามตรง....
.....ไม่เหลือแรงจะขัดขืนเสียมากกว่า.....
ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ความรู้สึกแต่ในใจกลับร้อนรุ่ม เมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ขัดขืน ไม่มีแม้แต่น้ำหนักที่พอจะมาต้านแรงของเค้าได้บ้าง
....ทำไมถึงเป็นแบบนี้!!!.....
อธิชาถูกลากเข้ามาในDunkin' Donuts สาขาสยามสแควร์ เธอนั่งลงก่อนจะหอบอย่างอ่อนล้าจากระยะทางที่ไม่น้อยเลย
...หรือเพราะว่า.....
"ขอโทษ...."
น้ำเสียงทุ้มดังแผ่วเบาแทรกเสียงดังเซ็งแซ่จากลูกค้าคนอื่นๆ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนทำหน้าสำนึกผิดที่นั่งอยู่ตรงข้าม พวกเค้าสองคนนั่งตรงมุมหนึ่งของร้านซึ่งตอนนี้ก็คับคั่งไปด้วยผู้คนแทบจะทุกเพศทุกวัย รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดมือบางเอื่อมขึ้นลูบเส้นผมแข็งๆ ของคนตัวสูงตรงหน้า
"ไม่เป็นไร....สูงขึ้นเยอะเลยนะวินด์....แล้วพามาที่นี่ทำไมเหรอ?"
อธิชาถามขึ้นเรียกอาการกระอักกระอ่วนให้เด็กหนุ่มไม่น้อย เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นอย่างอารมณ์ดีพาเอาคิ้วเข้มขมวดเป็นปมก่อนจะถูกนิ้วเรียวจิ้มเข้าแรงๆ หนึ่งที
"คิดมาก^^"
"ก็....ตอนที่เจออธิชาครั้งนั้น...อธิชายังไม่พูดกับผมอยู่เลย....แต่ตอนนี้...."
"ตอนนั้นเราแกล้งนายแรงเกินไป....ขอโทษนะ"
เสียงเอ่ยกล่าวเบาราวกระซิบแต่ก็ทำให้เด็กน้อยบางคนเงยหน้าขึ้นมาอย่างดีใจได้ จนลืมสังเกตไปบางอย่าง
บางอย่างที่ต่างออกไป
"แต่ทำไมถึงดูซูบขนาดนี้ล่ะ...."
"นายก็รู้....เรามันผู้หญิงตัวคนเดียวนะ ไม่มีพ่อแม่เลี้ยงแบบนายหรอก^^"
"ขอโทษครับ..."
"จะขอโทษทำไมเล่า~...เอาน่า เราไม่คิดมากอยู่แล้ว แต่ถ้ายังไงพาเที่ยวหน่อยสิ^^"
"ครับ...คุณผู้หญิง"
แล้วทั้งคู่ก็เดินออกไปจากร้านโดนัท และดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะลืมจุดประสงค์ที่มาไปเสียแล้ว.....
---------------------------------------------------------------------
วันนี้สนุกจังเลย ~.....
ถึงตอนใกล้ๆ จบจะลุ้นไปหน่อย.....
แต่จบดีมากๆ เลย > <~.......
เด็กสาวร่างเล็กเดินยิ้มแก้มปริออกมาจากโรงหนังหลังจากที่หนังพีเรียดจบได้ไม่นานแต่ดูเหมือนว่าจิตใจของเธอยังอยู่ในโลกของหนังเรื่องนั้น ภาพฉากต่างๆ ยังคงแล่นฉายซ้ำไปซ้ำมาให้เธอได้ดื่มด่ำกับความตื่นเต้นและรู้สึกร่วมไปกับมันอยู่
ขณะที่กำลังจะกดโทรศัพท์เพื่อโทรบอกที่บ้านว่าเธอกำลังจะกลับ พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งท่ามกลางฝูงชนที่คับคั่ง เด็กสาวพยายามเพ่งมองให้ชัดเจนขึ้น
....“อย่ากังวล แล้วเจ้าจะบานสะพรั่ง หากกังวล เจ้าก็มิอาจบานสะพรั่ง”......
คำพูดที่เคยได้ยินแว่วผ่านหูเข้ามาอีกครั้งทั้งๆ ที่ยังไม่มีใครเอื่อนเอ่ย ดวงตาสีดำสนิทเบิกค้างเมื่อรู้ว่าร่างที่ตนเห็นเป็นใคร
วินด์....
เดินมากับใครกันนะ???.....
เด็กสาวยืนมอง เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าของเด็กหนุ่มตลอดเวลาที่เดินกับผู้หญิงข้างๆ มีหัวเราะบ้างเมื่อผู้หญิงคนนั้นหัวเราะ ดูแตกต่างจากที่เห็นที่โรงเรียน....
ราวกับคนละคนเลย.......
ขณะที่ดวงตาคู่โตยังคงสังเกตการณ์เพื่อนร่วมชั้นอยู่นั้น จู่ๆ สายตาคมกริบก็ตวัดมองมาที่เธอทำเอาร่างทั้งร่างสะดุ้งอย่างตกใจ ใบหน้าขาวใสรีบหันหน้าหนีด้วยความกลัว ยืนนิ่งสักพักก่อนจะกลั้นใจเดินออกไปจากบริเวณนั้นโดยเร็วที่สุด
ด้วยความที่เธอรีบร้อนจนเกินไป....
หรือความบังเอิญ....
เครื่องมือสื่อสารเครื่องจิ๋วก็ล่วงหล่นตกลงกับพื้น นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งถูกมือของใครบางคนเก็บขึ้นมา
------------------------------------------------------------------------
ผมมองมือถือที่พึ่งเก็บได้เมื่อสักครู่ ก่อนจะมองแผ่นหลังเล็กที่ไกลออกไปเรื่อยๆ
"ของคนที่มองวินด์เมื่อกี้เหรอ?"
อธิชาถามขึ้นจากข้างหลัง ผมหันไปหาเธอพร้อมๆ กับที่เธอมายืนอยู่ตรงหน้าผม
"อืม"
"คนรู้จักเหรอ??"
"เพื่อนในห้องน่ะ"
ผมตอบตามลักษณะท่าทางที่เห็น
น่าจะใช่.....
"มือถือหล่นหายแบบนี้ เค้าคงลำบากนะ.....ไม่รีบไปคืนเหรอ??"
อธิชาถามผมอีกครั้ง ผมพยักหน้า
"งั้นเราเอามันไปคืนกันเถอะ ตามไปตอนนี้น่าจะทัน"
ผมเอื้อมมือไปคว้ามือบางนั้นแต่เธอกลับชักหนี
ทำไม??....
"วินด์ไปเถอะ....เรานึกขึ้นได้ว่ามีธุระตอน1ทุ่ม นี้มันก็ 6 โมงจะครึ่งแล้วด้วย"
"งั้นเหรอ......จะให้ผมไปส่งไหม??"
เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ รอยยิ้มที่เธอยิ้มให้ผมประจำถูกส่งมาให้
แต่ทำไมนะ.....
"ไม่เป็นไร~......รีบเอาไปคืนเถอะ วันนี้ขอบคุณมากนะ....ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง"
...............................................................................
ฉันก้มหน้าลงเพื่อไม่ให้เค้าต้องเห็นบางสิ่งที่ฉันปกปิดมาตลอดวันนี้ที่อยู่ด้วยกัน
"ไม่เป็นไรหรอก.....อย่าคิดมากสิ"
เด็กคนนี้ยังเหมือนเดิม.....
ดีจัง....
แต่ว่าฉัน.....
มีเวลาอีกไม่มาก....
เพราะฉะนั้น.....
"ไม่ได้คิดมากซะหน่อย.....นี่....เราอายุมากกว่านายนะ!!...."
ฉันฝืนยิ้ม....ฝืนน้ำเสียงให้ดูร่าเริงขี้เล่น....
ทั้งๆ ที่ตัวฉันใกล้จะแตกสลายเต็มที......
"เอ๋.....อธิชาอายุมากกว่าผมเหรอ??"
"ก็ใช่น่ะสิ....เพราะฉะนั้นขออะไรได้ไหม??"
เป็นครั้งสุดท้าย.....
"จะขออะไรก็ว่ามาสิครับ....คุณผู้หญิง^^"
"เรียกเราว่า 'พี่' สักครั้งได้ไหม...."
เรียก....
เหมือนที่นายเรียกเค้า.....
"ได้สิ 'พี่อธิชา' "
ขอบคุณนะ....วินด์......
---------------------------------------------------------------
ความทรงจำแรกของฉัน....
คือใบหน้ามอมแมมของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง.....
คนที่มีดวงตาสีดำสนิทอันอ้างว้าง.....
แต่อ่อนโยน......
คือคนๆ นั้นที่ช่วยฉันจากบ้านที่กำลังไหม้.....
"แค่กๆ...."
ฉันมองเลือดที่เปื้อนอยู่บนฝ่ามือก่อนจะเลี่ยงเดินไปทางที่ไม่มีคน หย่อนกายลงบนเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรงจะยืน
ตอนนี้ในสมองมันโล่งไปหมด.....
ไม่รู้จะทำอะไรต่อไปกับชีวิตอันโรยรานี้....
กาลเวลาล่วงเลยไปทำให้หวนคิดถึงสิ่งที่ได้ทำไปเมื่อเช้านี้ ทั้งๆ ทีพรุ่งนี้เค้าอุตส่าโทรมาชวนไปทานข้าวด้วยกันแท้ๆ
ไม่รู้ว่าเค้าจะได้อ่านหรือเปล่า.....
จดหมายฉบับนั้น....
แต่ถึงตอนนั้น....
เราคงไม่รับรู้อะไรแล้ว.......
-----------------------------------------------------------
"อ๊ะ!"
ความเย็นเฉียบที่สัมผัสกับผิวหน้าเรียกอาการสะดุ้งจากคนที่กำลังเหม่อลอย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นหมายจะดูหน้าคนที่มาแกล้งกันแบบนี้ แต่เมื่อได้รู้ว่าเป็นใคร
ความรู้สึกหลายๆ อย่างก็ถ่าโถมเข้ามา.....
"ไต๋...."
"มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้จ๊ะสาวน้อย ~"
ชายหนุ่มร่างสูงแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดีให้ก่อนจะทรุดกายลงนั่งข้างๆ พร้อมกับยื่นแก้วน้ำช็อกโกแลตปั่นที่ทาบหน้าหญิงสาวเมื่อครู่มาให้ เธอสะบัดหน้าหนี
"มาทำอะไรที่นี่น่ะ"
เธอถามขึ้น ก็เพราะชายหนุ่มตรงหน้าเธอไม่มีทางมาเดินเที่ยวเล่นฆ่าเวลาเด็ดขาด ถ้าไม่ได้นัดหรือชวนใครมา
ชวนใครมา....
"มากับคุณรุยเหรอ??"
"ปิ๊งป๊อง.....เดาถูกแต่ไม่ถูกหมด"
ชายหนุ่มตอบ ดูดน้ำสีน้ำตาลรสชาติหวานมันหนึ่งคำก่อนจะเอ่ยต่อ
"พี่สาวฉันเค้าเรียกออกมาช่วยเลือกของขวัญให้ 'คุณนพรัตน์' นะ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าตัวถึงไม่มาแต่ส่งลูกชายมาแทน....ตอนแรกฉันก็ว่าจะไปทักแต่เห็นเดินชนกับเธอก่อนก็เลยปล่อยเลยตามเลยดีกว่า"
ชายหนุ่มเอ่ยตอบพลางเหลือบตามองปฏิกิริยาของหญิงสาวข้างๆ ที่แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างเด่นชัด
"หมายความว่านายตามฉันกับวินด์มาตลอด...."
"ถือว่าถูก"
หญิงสาวมองอีกฝ่ายนิ่ง นานจนแก้วใบมือของอีกฝ่ายเหลือเพียงธาตุอากาศ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนจะส่งมือมาตรงหน้าของคนข้างๆ
"ไปดูไฟกันเถอะ^^"
------------------------------------------------------------------------
มาชวนฉันทำไม??.....
คนที่นายอยากดูด้วย.....
เป็นคนๆ นั้นไม่ใช่เหรอ??.....
"ทำไมทำหน้าอย่างงั้นล่ะ.....ฉันไม่พาหลงหรอกน่า ถึงจะไม่เคยมาดูสักครั้งแต่ตามๆ คนเค้าไปก็น่าจะถึง^^"
ฉันมองหน้าคนที่มักจะส่งรอยยิ้มอ่อนโยน....ขี้เล่นมาให้เสมอ.....
ไม่รู้หรอกว่าทำสีหน้ายังไงออกไป....
แต่นายเคยเข้าใจอะไรบ้างไหม?!...........
"ฉันเคยเห็นแล้ว.....ไต๋ไปเถอะ"
ขอฉันอยู่คนเดียว....
ในเมื่อนายไม่เคยรู้อะไร......
ก็ทิ้งให้ฉันไปคนเดียวเถอะ......
"งั้นก็ไม่ดูแระ"
ฉันมองเค้าที่ทรุดตัวนั่งลงข้างๆ
ทำไมล่ะ???......
ฉันจะเข้าข้างตัวเองได้ไหม???....
แต่ว่าถ้าเป็นแบบนี้......
ฉันทำใจไม่ได้!!!.......
--------------------------------------------------------------------------
ใบหน้าซีดเซียวก้มลง ชายหนุ่มเพียงแค่เปรยตามาก่อนจะถอนหายใจ ผู้คนในบริเวณเบาบางลงจนเหลือเพียงพวกเค้าสองคน
"ฉันมันคงเป็นพี่ที่ไม่ดีเลยนะ....นอกจากจะใช้งานเธอหนักยังช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย...."
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มเศร้านั้น ภาพของชายหนุ่มที่อยู่ในใจมาตลอดเริ่มพร่ามัวด้วยม่านน้ำใส
หรือความอ่อนล้าของร่างกายที่กำลังถูกกัดกินด้วยโรคร้าย.....
"ไม่หรอก.....มันไม่ใช่อย่างงั้น...."
น้ำเสียงสั่นเครือดังแว่วขึ้นก่อนที่ฝ่ามือบางจะยกขึ้นปิดริมฝีปากไม่ให้ไอออกมา ความปวดแสบแล่นไปทั่วลำคอแห้งผาก พยายามกล้ำกลืนฝืนทนให้ร่างกายยังยืนหยัดอยู่ได้ในเวลานี้
ตอนที่มีเค้าอยู่ข้างๆ....
อย่าให้เค้ารู้อะไรเลยจะดีกว่า......
"อธิชา!! "
เธอรีบหมุนกายหันหลังให้เค้าที่กำลังเขยิบเข้ามาใกล้ รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับที่หัวไหล่ก่อนจะถูกกระชากให้หันกลับไปเผชิญหน้า ภาพหยดน้ำใสรินไหลออกจากดวงตามัวหมองสีดำสะท้อนอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น ไม่มีอาการสั่นเทาใดๆจากร่างผอมบางราวหนังหุ้มร่าง
ชายหนุ่มขบกรามแน่นรู้สึกเจ็บที่หน้าอกอย่างน่าประหลาด ความสับสนความงุนงงๆ ปะทะรวมกันจนจับไม่ถูกว่ามันคือสิ่งใด
สองแขนเอื้อมโอบรัดร่างบางเอาสู่อ้อมกอด สัมผัสเปียกชื้นจากน้ำใสๆ บริเวณไหปลาร่ายิ่งตอกย้ำความรู้สึกบางอย่าง
"เธอเป็นอะไร....."
"ช่วยยิ้มได้ไหม...."
เสียงเอ่ยถามถูกแทรกด้วยเสียงแหบแห้ง ชายหนุ่มกำลังจะดันร่างในอ้อมกอดออกเพื่อจะมองว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรบ้าง แต่มือผมบางกลับกำชายเสื้อของเค้าแน่น
"ไม่....ขอร้อง....กอดฉันไว้ก่อนนะ"
เสียงพูดที่เริ่มจะเบาลงเรื่อยๆ หยุดสักพักก่อนจะเอ่ยต่อ
"ฉันไม่เห็นก็ไม่เป็นไร.....ขอแค่นายยิ้ม...."
ให้ฉันเป็นครั้งสุดท้าย......
ยิ้มตามในความทรงจำของฉัน.......
"เธอเป็นอะไรกันแน่...."
"ยิ้ม.....อยู่....หรือเปล่า....."
น้ำเสียงอ่อนล้าโรยแรงช้าจนแทบไร้กระแสเสียงแว่วออกมา อ้อมกอดรัดแน่นขึ้นตามบางอย่างที่บีบรัดภายในจิตใจ บางอย่างที่กำลังบอกลางสังหรณ์แสนโหดร้าย
"อืม...."
รอยยิ้มกว้างแย้มขึ้นบนใบหน้าตามที่หญิงสาวเอื้อนขอ ยิ้มตามปกติที่ยิ้มให้เธอทุกครั้งที่พบพาน ยิ้มตามในความทรงจำที่กำลังเลือนหายไป
------------------------------------------------
ความทรงจำแรกของฉัน.....
คือใบหน้ามอมแมมของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ผู้เป็นเจ้าของดวงตาอ้างว้างและอ่อนโยน.....
ฉันอยู่ในอ้อมกอดของเค้าท่ามกลางแสงไฟจากเปลวเพลิงรอบข้ามและเสียงโหวกเวก.....
และความทรงจำสุดท้ายของฉัน.....
คือใบหน้ายิ้มแย้มของผู้ชายคนหนึ่ง ผู้เป็นเจ้าของดวงตาอบอุ่นและอ่อนโยน.....
ฉันอยู่ในอ้อมกอดของเค้าท่ามกลางแสงสีภายในห้างที่ไร้ผู้คนและเสียงโห่ร้อง.......
.....เมอร์รี่คริสต์มาสค่ะ......
พี่ชายที่แสนดี......
คนที่ฉันรักที่สุด.......
-----------------------------------------------------
Fin.....
สรุป...
1.วินด์รู้เรื่องปาตี้ปีใหม่จากDark area
2.วินด์โดนแม่ใช้ให้ไปเลือกของขวัญให้พ่อกับคนที่านัดไว้ให้หน่อย
3.วินด์เดินชนอธิชา( = ณัฏฐา )
4.ฟองคลื่นเดินมาเห็นวินด์เดินเที่ยวอยู่
5.แล้วตกใจเลยทำมือถือตก
6.วินด์เก็บได้เลยจะเอาไปคืน
7.ส่วนทางอธิชาเจอไต๋(น้อง?? ของแม่วินด์) สองคนนี้รู้จักกันมาก่อน(เด๋วค่อยพูดถึง)
8.อย่างที่เห็นในตอนจบ (โดนโบกดับ)
^^
อนึ่ง ณ ที่นี้ ถ้าใครอยากเอาวินด์ไปเขียนในงานปีใหม่
1.วินด์คงจะเป็นฝ่ายไปรับหนูฟองมางานนั่งแท็กซี่แล้วกัน=w="
2.คาดว่าคงจะไปยืนหน้าหงิกอยู่มุมงาน และคอยเป็นไม้กันหมากี้ (โดนแม่กี้ตบ>"<)
3.คงเต้นรำกับหนูฟองคนเดียว
4.แอบเหล่แมนกับบูมที่หายไปกันสองคน แต่ไม่ได้ตามไป
5.เกมพระราชาคงไม่เล่นประมาณขอเป็นฝ่ายดู
น่าจะมีแค่นี้
อสอง ชุดหนูฟองรุยเลือก.....แต่วินด์เป็นคนเอาไปให้
ของขวัญรุยเลือก แต่วินด์เอาไปจับ ~
ขอบคุณทุกท่านที่รับชม^^
|
"ก็คงจะเข้ากัน...."
อา..
รักวินด์
รักปอ
แอร๊ย~
ปล. ตอนแรกๆ ออกจะวินด์ปอ ตอนหลังๆ ทำไมกลายเป็นวินด์ฟองคลื่นไปได้ล่ะคะรุยซัง!? =A=
(แต่กระนั้นหรืออิวูล์ฟก็ยังเชียร์วินด์ปอ(?) และกี้2ฟองคลื่นเต็มที่นะค้า~~
#1 By The.wolF on 2009-01-01 16:03