[CS]MS ก่อนปีใหม่ [1]

posted on 01 Jan 2009 15:40 by bloodrabbit

 

ถ้าคุณๆ ทั้งหลายที่หลงเข้ามา แล้วยังงงอยู่ว่า เรื่องราวเหล่านี้เป็นมายังไง

เชิญคุณๆ เหล่านั้น เข้าไปค้นหาความเป็นไปได้

ที่นี่ ...โรงเรียนลูกบาศก์ ของคุณCocon เลยงับ^^

 

 

 

 อนึ่งก่อนอ่าน อธิชา = ณัฏฐา นะงับ^^
(เนื่องจากว่าเจ้าของชื่อมาทวงเลยต้องคืน=A=")

คำผิดมีช่วยแก้ไขด้วยนะค่ะ^^"

 

update วันที่7 มีนา 2552 : ช่วงเวลาผิดพลาดไปหน่อยงับ= ="

----------------------------------------------------------------------------------



วันนี้วันที่ 24 ธันวาคม....

อีกประมาณ 7 วันจะถึงงานปีใหม่ที่แก๊งมาเฟียประจำห้องจัดขึ้น
เป็นข่าวที่กำลังบูมมากในช่วงนี้ หรืออาจจะก่อนหน้าผมก็ไม่รู้เพราะผมเพิ่งจะได้ยินวันนี้

จากพวกไม่ปกติ....
ไม่ปกติยังน้อยไปน่ะสิ-*-

....Dark area.....

จริงๆ ผมก็ไม่คิดจะไปคบค้าสมาคมกับคนพวกนั้น แค่มีตัวน่ารำคาญชอบมาบริเวณที่ผมอยู่ประจำแต่ก็...
เพราะอาว่านั่นแหละ-*-

"ทำหน้ายังกับตูดลิงเลยนะครับ^^"

ทำไมต้องพาเจ้านี่มารบกวนผม!!!!

"ยังดีกว่าตุ๊กตาได้แต่ยิ้มอย่างแก"

"ขอบคุณที่ยังอุตส่าห์ให้ผมเป็นตั้งตุ๊กตานะครับ ^^"

ไอ้หน้าสวยสวนกลับมาโดยทันที บางครั้งผมก็รู้สึกว่าสมองมันทำด้วยอะไร ถึงได้คิดคำพูดคำจาออกมาโต้ตอบได้ราวกับไม่ต้องผ่านการกรองจากสมอง แต่ก็ทำเอากวนประสาทจนน่าเตะไปให้พ้นสายตา

"คืนอาว่ามาซะ....เสร็จแล้วก็รีบๆ ไปได้แล้ว-*-"

ก่อนที่ฉันจะส่งพระบาทาไปประเคนถึงหน้าแก....

ผมต่อประโยคนั้นในใจ ยื่นมือไปใกล้กับมือเล็กที่อาว่าเกาะอยู่ เจ้านกอ้วนกระโดดมาเกาะที่มือผมก่อนจะส่งสายตาบ๊องแบ๊วมาให้
อีแบบนี้ใครจะไปโกรธลงกัน.....


...............................................................................

ดวงตาสีไพลีนทอประกายไม่คาดฝัน ใบหน้าขาวซีดมีรอยประหลาดใจปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะแปรเป็นใบหน้ายิ้มแย้มดังเดิม  ไม่รู้ว่าเหตุใดหรืออะไรดลใจ แต่ที่แน่ๆ เด็กหนุ่มร่างเล็กขอเลือกที่จะอยู่เงียบๆ อย่างไร้ตัวตน ณ ขณะนี้ดีกว่า

....ใครกันแน่ครับ....

......ที่ตอแหล.....

ปอยังคงมองอยู่ที่เดิม ยังคงมองคนเผลอไผลที่ไม่รู้ตัวว่า ใบหน้าของตนเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร

....รอยยิ้มจางๆ....

....อ่อนโยน และอบอุ่น......

ฉับพลันอีกฝ่ายก็หันควับมาทำหน้ายักษ์ใส่ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักและรอยยิ้มกว้างจากคนตัวเล็กได้ดียิ่งนัก

"จะมองกันอีกนานไหม?....ไสหัวไปซะ-*-"

"จนกว่าคนตอแหลจะเลิกตอแหลแล้วกันครับ^^"

"ใครจะตอแหลเกินแก"

"ก็ใครบ้างคนที่แกล้งทำหน้าหงิกได้ทั้งวัน...."

"ยังดีกว่าคนยิ้มตอแหลได้ทั้งวัน"

"ไม่เคยได้ยินคติที่ว่า 'ยิ้มวันละนิด จิตแจ่มใส' เหรอครับ?"

"แล้วเคยได้ยินคติที่ว่า 'โกหกวันละนิด ก้าวลงนรกทีละก้าว' ไหมล่ะ?"
คนตัวเล็กสงบฝีปากสักพัก คิ้วเรียวขมวดน้อยๆ แต่ยังคงรอยยิ้มบนใบหน้าใส ก่อนจะเอ่ยวาจาตอบ

"คิดเอาเองใช่ไหมครับ?"

"เข้ากับแกดี"
ภาพเด็กหนุ่มนั่งพิงลำต้นใหญ่ของต้นไม้สูงกำลังลูบขนสีเหลีองนุ่มของเจ้านกน้อยบนไหล่กว้างสะท้อนอยู่ภายในอัญมณีสีไพลิน ปอนั่งมองคนหน้าหงิกที่ดูหงิกน้อยกว่าปกติกำลังเล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวเล็กโดยไม่แม้จะหันมาสนใจคู่สนทนาเลยสักนิด

คนหน้าสวยถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยิ้มที่มุมปาก

"งั้นก็คงเข้ากับคุณเหมือนกันสินะครับ"
..................................................................................................

ผมเหลือบสายตาไปมองคนที่ไล่ยังไงก็ยังไม่ไปซะที
เค้ายิ้มเหมือนทุกครั้งที่รู้ว่าคำพูดของเค้ามีผลต่อผม
เหมือนทุกครั้งที่รู้ว่าผมไม่สามารถโต้ตอบเค้าได้
เหมือนทุกครั้งที่เค้ารู้ว่า เค้าชนะ....

....ผมไม่ได้โกหกเป็นชีวิตจิตใจแบบมันนี่........

....แต่ว่า.....

"งั้นเราสองคน...."

"ก็คงจะเข้ากัน...."



................................................................................................


วันนี้วันเสาร์ที่ 27.......

ปกติผมไม่ใช่คนชอบเที่ยว
ยิ่งที่ที่มีคนมากๆ ยิ่งไม่เคยคิดจะไปเฉียดใกล้

ถ้าไม่เพราะ...

"วินด์ออกไปแทนแม่หน่อยสิ~"

"ไปไหนครับ??"

"ไปเลือกของขวัญน่ะ แม่นัดเค้าไว้แต่แม่ไม่ว่างช่วยไปแทนแม่หน่อยนะ^^"

"ก็โทรยกเลิกไปสิครับ-*-"

"นะๆ ช่วยแม่หน่อย ตอนเที่ยงที่พารากอนนะ^^"

"ครับ-*-"

....ผมเลยต้องมาอารมณ์เสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้!!!!......



"โอ๊ย!!"

"ขอโทษครับ"
ความเผลอเลอของผมทำให้ลืมดูทางเดินไปชนผู้หญิงคนหนึ่งเข้า  ผมรีบประคองร่างผอมบางนั้นขึ้น เธอก้มลงปัดกระโปรงยีนสีน้ำเงินเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา.....ใบหน้าที่คุ้นเคย....

"ไม่เป็นไร.......วินด์..."

"อธิชา....."

...............................................................................


นัยน์ตาสีนิลจ้องมองร่างเล็กในอ้อมแขน น้ำหนักแสนน้อยนิดที่กดทับบ่งบอกว่าคนตรงหน้าซูบเซียวไปมาก....
มากจนน่าใจหาย....

ดวงหน้าเรียวเบนหลบสายตาจับผิดของเด็กหนุ่ม แต่ก็ต้องหันกลับมาด้วยความตกใจเมื่อร่างกายถูกอีกฝ่ายจูงลากให้ตามไปโดยที่ตนไม่อาจจะขัดขืน
...หรือถ้าให้พูดตามตรง....

.....ไม่เหลือแรงจะขัดขืนเสียมากกว่า.....

ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ความรู้สึกแต่ในใจกลับร้อนรุ่ม เมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ขัดขืน ไม่มีแม้แต่น้ำหนักที่พอจะมาต้านแรงของเค้าได้บ้าง
....ทำไมถึงเป็นแบบนี้!!!.....

อธิชาถูกลากเข้ามาในDunkin' Donuts สาขาสยามสแควร์ เธอนั่งลงก่อนจะหอบอย่างอ่อนล้าจากระยะทางที่ไม่น้อยเลย
...หรือเพราะว่า.....

"ขอโทษ...."
น้ำเสียงทุ้มดังแผ่วเบาแทรกเสียงดังเซ็งแซ่จากลูกค้าคนอื่นๆ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนทำหน้าสำนึกผิดที่นั่งอยู่ตรงข้าม พวกเค้าสองคนนั่งตรงมุมหนึ่งของร้านซึ่งตอนนี้ก็คับคั่งไปด้วยผู้คนแทบจะทุกเพศทุกวัย รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดมือบางเอื่อมขึ้นลูบเส้นผมแข็งๆ ของคนตัวสูงตรงหน้า

"ไม่เป็นไร....สูงขึ้นเยอะเลยนะวินด์....แล้วพามาที่นี่ทำไมเหรอ?"
อธิชาถามขึ้นเรียกอาการกระอักกระอ่วนให้เด็กหนุ่มไม่น้อย เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นอย่างอารมณ์ดีพาเอาคิ้วเข้มขมวดเป็นปมก่อนจะถูกนิ้วเรียวจิ้มเข้าแรงๆ หนึ่งที

"คิดมาก^^"

"ก็....ตอนที่เจออธิชาครั้งนั้น...อธิชายังไม่พูดกับผมอยู่เลย....แต่ตอนนี้...."

"ตอนนั้นเราแกล้งนายแรงเกินไป....ขอโทษนะ"
เสียงเอ่ยกล่าวเบาราวกระซิบแต่ก็ทำให้เด็กน้อยบางคนเงยหน้าขึ้นมาอย่างดีใจได้ จนลืมสังเกตไปบางอย่าง
บางอย่างที่ต่างออกไป

"แต่ทำไมถึงดูซูบขนาดนี้ล่ะ...."

"นายก็รู้....เรามันผู้หญิงตัวคนเดียวนะ ไม่มีพ่อแม่เลี้ยงแบบนายหรอก^^"

"ขอโทษครับ..."

"จะขอโทษทำไมเล่า~...เอาน่า เราไม่คิดมากอยู่แล้ว   แต่ถ้ายังไงพาเที่ยวหน่อยสิ^^"

"ครับ...คุณผู้หญิง"

แล้วทั้งคู่ก็เดินออกไปจากร้านโดนัท   และดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะลืมจุดประสงค์ที่มาไปเสียแล้ว.....

---------------------------------------------------------------------


วันนี้สนุกจังเลย ~.....

ถึงตอนใกล้ๆ จบจะลุ้นไปหน่อย.....

แต่จบดีมากๆ เลย > <~.......

เด็กสาวร่างเล็กเดินยิ้มแก้มปริออกมาจากโรงหนังหลังจากที่หนังพีเรียดจบได้ไม่นานแต่ดูเหมือนว่าจิตใจของเธอยังอยู่ในโลกของหนังเรื่องนั้น  ภาพฉากต่างๆ ยังคงแล่นฉายซ้ำไปซ้ำมาให้เธอได้ดื่มด่ำกับความตื่นเต้นและรู้สึกร่วมไปกับมันอยู่

ขณะที่กำลังจะกดโทรศัพท์เพื่อโทรบอกที่บ้านว่าเธอกำลังจะกลับ  พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งท่ามกลางฝูงชนที่คับคั่ง  เด็กสาวพยายามเพ่งมองให้ชัดเจนขึ้น


....“อย่ากังวล แล้วเจ้าจะบานสะพรั่ง หากกังวล เจ้าก็มิอาจบานสะพรั่ง”......

คำพูดที่เคยได้ยินแว่วผ่านหูเข้ามาอีกครั้งทั้งๆ ที่ยังไม่มีใครเอื่อนเอ่ย  ดวงตาสีดำสนิทเบิกค้างเมื่อรู้ว่าร่างที่ตนเห็นเป็นใคร

วินด์....

เดินมากับใครกันนะ???.....

เด็กสาวยืนมอง  เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าของเด็กหนุ่มตลอดเวลาที่เดินกับผู้หญิงข้างๆ มีหัวเราะบ้างเมื่อผู้หญิงคนนั้นหัวเราะ ดูแตกต่างจากที่เห็นที่โรงเรียน....

ราวกับคนละคนเลย.......

ขณะที่ดวงตาคู่โตยังคงสังเกตการณ์เพื่อนร่วมชั้นอยู่นั้น  จู่ๆ สายตาคมกริบก็ตวัดมองมาที่เธอทำเอาร่างทั้งร่างสะดุ้งอย่างตกใจ  ใบหน้าขาวใสรีบหันหน้าหนีด้วยความกลัว  ยืนนิ่งสักพักก่อนจะกลั้นใจเดินออกไปจากบริเวณนั้นโดยเร็วที่สุด

ด้วยความที่เธอรีบร้อนจนเกินไป....
หรือความบังเอิญ....


เครื่องมือสื่อสารเครื่องจิ๋วก็ล่วงหล่นตกลงกับพื้น  นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งถูกมือของใครบางคนเก็บขึ้นมา

------------------------------------------------------------------------

ผมมองมือถือที่พึ่งเก็บได้เมื่อสักครู่  ก่อนจะมองแผ่นหลังเล็กที่ไกลออกไปเรื่อยๆ
"ของคนที่มองวินด์เมื่อกี้เหรอ?"
อธิชาถามขึ้นจากข้างหลัง  ผมหันไปหาเธอพร้อมๆ กับที่เธอมายืนอยู่ตรงหน้าผม

"อืม"

"คนรู้จักเหรอ??"

"เพื่อนในห้องน่ะ"
ผมตอบตามลักษณะท่าทางที่เห็น
น่าจะใช่.....

"มือถือหล่นหายแบบนี้ เค้าคงลำบากนะ.....ไม่รีบไปคืนเหรอ??"
อธิชาถามผมอีกครั้ง  ผมพยักหน้า

"งั้นเราเอามันไปคืนกันเถอะ   ตามไปตอนนี้น่าจะทัน"
ผมเอื้อมมือไปคว้ามือบางนั้นแต่เธอกลับชักหนี
ทำไม??....

"วินด์ไปเถอะ....เรานึกขึ้นได้ว่ามีธุระตอน1ทุ่ม  นี้มันก็ 6 โมงจะครึ่งแล้วด้วย"

"งั้นเหรอ......จะให้ผมไปส่งไหม??"
เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ  รอยยิ้มที่เธอยิ้มให้ผมประจำถูกส่งมาให้
แต่ทำไมนะ.....

"ไม่เป็นไร~......รีบเอาไปคืนเถอะ  วันนี้ขอบคุณมากนะ....ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง"


...............................................................................

ฉันก้มหน้าลงเพื่อไม่ให้เค้าต้องเห็นบางสิ่งที่ฉันปกปิดมาตลอดวันนี้ที่อยู่ด้วยกัน

"ไม่เป็นไรหรอก.....อย่าคิดมากสิ"
เด็กคนนี้ยังเหมือนเดิม.....
ดีจัง....

แต่ว่าฉัน.....

มีเวลาอีกไม่มาก....

เพราะฉะนั้น.....

"ไม่ได้คิดมากซะหน่อย.....นี่....เราอายุมากกว่านายนะ!!...."
ฉันฝืนยิ้ม....ฝืนน้ำเสียงให้ดูร่าเริงขี้เล่น....
ทั้งๆ ที่ตัวฉันใกล้จะแตกสลายเต็มที......

"เอ๋.....อธิชาอายุมากกว่าผมเหรอ??"

"ก็ใช่น่ะสิ....เพราะฉะนั้นขออะไรได้ไหม??"

เป็นครั้งสุดท้าย.....

"จะขออะไรก็ว่ามาสิครับ....คุณผู้หญิง^^"

"เรียกเราว่า 'พี่' สักครั้งได้ไหม...."
เรียก....
เหมือนที่นายเรียกเค้า.....

"ได้สิ  'พี่อธิชา' "

ขอบคุณนะ....วินด์......

---------------------------------------------------------------


ความทรงจำแรกของฉัน....

คือใบหน้ามอมแมมของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง.....

คนที่มีดวงตาสีดำสนิทอันอ้างว้าง.....

แต่อ่อนโยน......

คือคนๆ นั้นที่ช่วยฉันจากบ้านที่กำลังไหม้.....


"แค่กๆ...."
ฉันมองเลือดที่เปื้อนอยู่บนฝ่ามือก่อนจะเลี่ยงเดินไปทางที่ไม่มีคน  หย่อนกายลงบนเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรงจะยืน
ตอนนี้ในสมองมันโล่งไปหมด.....
ไม่รู้จะทำอะไรต่อไปกับชีวิตอันโรยรานี้....

กาลเวลาล่วงเลยไปทำให้หวนคิดถึงสิ่งที่ได้ทำไปเมื่อเช้านี้  ทั้งๆ ทีพรุ่งนี้เค้าอุตส่าโทรมาชวนไปทานข้าวด้วยกันแท้ๆ
ไม่รู้ว่าเค้าจะได้อ่านหรือเปล่า.....
จดหมายฉบับนั้น....
แต่ถึงตอนนั้น....

เราคงไม่รับรู้อะไรแล้ว.......

-----------------------------------------------------------

"อ๊ะ!"
ความเย็นเฉียบที่สัมผัสกับผิวหน้าเรียกอาการสะดุ้งจากคนที่กำลังเหม่อลอย  หญิงสาวเงยหน้าขึ้นหมายจะดูหน้าคนที่มาแกล้งกันแบบนี้  แต่เมื่อได้รู้ว่าเป็นใคร

ความรู้สึกหลายๆ อย่างก็ถ่าโถมเข้ามา.....

"ไต๋...."

"มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้จ๊ะสาวน้อย ~"
ชายหนุ่มร่างสูงแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดีให้ก่อนจะทรุดกายลงนั่งข้างๆ  พร้อมกับยื่นแก้วน้ำช็อกโกแลตปั่นที่ทาบหน้าหญิงสาวเมื่อครู่มาให้  เธอสะบัดหน้าหนี

"มาทำอะไรที่นี่น่ะ"

เธอถามขึ้น ก็เพราะชายหนุ่มตรงหน้าเธอไม่มีทางมาเดินเที่ยวเล่นฆ่าเวลาเด็ดขาด  ถ้าไม่ได้นัดหรือชวนใครมา
ชวนใครมา....

"มากับคุณรุยเหรอ??"

"ปิ๊งป๊อง.....เดาถูกแต่ไม่ถูกหมด"
ชายหนุ่มตอบ   ดูดน้ำสีน้ำตาลรสชาติหวานมันหนึ่งคำก่อนจะเอ่ยต่อ

"พี่สาวฉันเค้าเรียกออกมาช่วยเลือกของขวัญให้ 'คุณนพรัตน์' นะ  แต่ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าตัวถึงไม่มาแต่ส่งลูกชายมาแทน....ตอนแรกฉันก็ว่าจะไปทักแต่เห็นเดินชนกับเธอก่อนก็เลยปล่อยเลยตามเลยดีกว่า"
ชายหนุ่มเอ่ยตอบพลางเหลือบตามองปฏิกิริยาของหญิงสาวข้างๆ ที่แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างเด่นชัด

"หมายความว่านายตามฉันกับวินด์มาตลอด...."

"ถือว่าถูก"

หญิงสาวมองอีกฝ่ายนิ่ง  นานจนแก้วใบมือของอีกฝ่ายเหลือเพียงธาตุอากาศ  ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนจะส่งมือมาตรงหน้าของคนข้างๆ

"ไปดูไฟกันเถอะ^^"

------------------------------------------------------------------------

มาชวนฉันทำไม??.....

คนที่นายอยากดูด้วย.....

เป็นคนๆ นั้นไม่ใช่เหรอ??.....

"ทำไมทำหน้าอย่างงั้นล่ะ.....ฉันไม่พาหลงหรอกน่า  ถึงจะไม่เคยมาดูสักครั้งแต่ตามๆ คนเค้าไปก็น่าจะถึง^^"

ฉันมองหน้าคนที่มักจะส่งรอยยิ้มอ่อนโยน....ขี้เล่นมาให้เสมอ.....
ไม่รู้หรอกว่าทำสีหน้ายังไงออกไป....
แต่นายเคยเข้าใจอะไรบ้างไหม?!...........

"ฉันเคยเห็นแล้ว.....ไต๋ไปเถอะ"
ขอฉันอยู่คนเดียว....
ในเมื่อนายไม่เคยรู้อะไร......

ก็ทิ้งให้ฉันไปคนเดียวเถอะ......

"งั้นก็ไม่ดูแระ"
ฉันมองเค้าที่ทรุดตัวนั่งลงข้างๆ

ทำไมล่ะ???......

ฉันจะเข้าข้างตัวเองได้ไหม???....
แต่ว่าถ้าเป็นแบบนี้......

ฉันทำใจไม่ได้!!!.......

--------------------------------------------------------------------------

ใบหน้าซีดเซียวก้มลง  ชายหนุ่มเพียงแค่เปรยตามาก่อนจะถอนหายใจ  ผู้คนในบริเวณเบาบางลงจนเหลือเพียงพวกเค้าสองคน

"ฉันมันคงเป็นพี่ที่ไม่ดีเลยนะ....นอกจากจะใช้งานเธอหนักยังช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย...."
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มเศร้านั้น  ภาพของชายหนุ่มที่อยู่ในใจมาตลอดเริ่มพร่ามัวด้วยม่านน้ำใส
หรือความอ่อนล้าของร่างกายที่กำลังถูกกัดกินด้วยโรคร้าย.....

"ไม่หรอก.....มันไม่ใช่อย่างงั้น...."
น้ำเสียงสั่นเครือดังแว่วขึ้นก่อนที่ฝ่ามือบางจะยกขึ้นปิดริมฝีปากไม่ให้ไอออกมา  ความปวดแสบแล่นไปทั่วลำคอแห้งผาก พยายามกล้ำกลืนฝืนทนให้ร่างกายยังยืนหยัดอยู่ได้ในเวลานี้

ตอนที่มีเค้าอยู่ข้างๆ....
อย่าให้เค้ารู้อะไรเลยจะดีกว่า......

"อธิชา!! "
เธอรีบหมุนกายหันหลังให้เค้าที่กำลังเขยิบเข้ามาใกล้  รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับที่หัวไหล่ก่อนจะถูกกระชากให้หันกลับไปเผชิญหน้า  ภาพหยดน้ำใสรินไหลออกจากดวงตามัวหมองสีดำสะท้อนอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น   ไม่มีอาการสั่นเทาใดๆจากร่างผอมบางราวหนังหุ้มร่าง

ชายหนุ่มขบกรามแน่นรู้สึกเจ็บที่หน้าอกอย่างน่าประหลาด  ความสับสนความงุนงงๆ ปะทะรวมกันจนจับไม่ถูกว่ามันคือสิ่งใด
สองแขนเอื้อมโอบรัดร่างบางเอาสู่อ้อมกอด  สัมผัสเปียกชื้นจากน้ำใสๆ บริเวณไหปลาร่ายิ่งตอกย้ำความรู้สึกบางอย่าง

"เธอเป็นอะไร....."

"ช่วยยิ้มได้ไหม...."
เสียงเอ่ยถามถูกแทรกด้วยเสียงแหบแห้ง  ชายหนุ่มกำลังจะดันร่างในอ้อมกอดออกเพื่อจะมองว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรบ้าง  แต่มือผมบางกลับกำชายเสื้อของเค้าแน่น

"ไม่....ขอร้อง....กอดฉันไว้ก่อนนะ"
เสียงพูดที่เริ่มจะเบาลงเรื่อยๆ หยุดสักพักก่อนจะเอ่ยต่อ

"ฉันไม่เห็นก็ไม่เป็นไร.....ขอแค่นายยิ้ม...."
ให้ฉันเป็นครั้งสุดท้าย......
ยิ้มตามในความทรงจำของฉัน.......

"เธอเป็นอะไรกันแน่...."

"ยิ้ม.....อยู่....หรือเปล่า....."
น้ำเสียงอ่อนล้าโรยแรงช้าจนแทบไร้กระแสเสียงแว่วออกมา  อ้อมกอดรัดแน่นขึ้นตามบางอย่างที่บีบรัดภายในจิตใจ  บางอย่างที่กำลังบอกลางสังหรณ์แสนโหดร้าย

"อืม...."

รอยยิ้มกว้างแย้มขึ้นบนใบหน้าตามที่หญิงสาวเอื้อนขอ  ยิ้มตามปกติที่ยิ้มให้เธอทุกครั้งที่พบพาน  ยิ้มตามในความทรงจำที่กำลังเลือนหายไป

------------------------------------------------

ความทรงจำแรกของฉัน.....

คือใบหน้ามอมแมมของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ผู้เป็นเจ้าของดวงตาอ้างว้างและอ่อนโยน.....

ฉันอยู่ในอ้อมกอดของเค้าท่ามกลางแสงไฟจากเปลวเพลิงรอบข้ามและเสียงโหวกเวก.....


และความทรงจำสุดท้ายของฉัน.....

คือใบหน้ายิ้มแย้มของผู้ชายคนหนึ่ง ผู้เป็นเจ้าของดวงตาอบอุ่นและอ่อนโยน.....

ฉันอยู่ในอ้อมกอดของเค้าท่ามกลางแสงสีภายในห้างที่ไร้ผู้คนและเสียงโห่ร้อง.......

.....เมอร์รี่คริสต์มาสค่ะ......

พี่ชายที่แสนดี......

คนที่ฉันรักที่สุด.......

-----------------------------------------------------

 


Fin.....

สรุป...
1.วินด์รู้เรื่องปาตี้ปีใหม่จากDark area
2.วินด์โดนแม่ใช้ให้ไปเลือกของขวัญให้พ่อกับคนที่านัดไว้ให้หน่อย
3.วินด์เดินชนอธิชา( = ณัฏฐา )
4.ฟองคลื่นเดินมาเห็นวินด์เดินเที่ยวอยู่
5.แล้วตกใจเลยทำมือถือตก
6.วินด์เก็บได้เลยจะเอาไปคืน
7.ส่วนทางอธิชาเจอไต๋(น้อง?? ของแม่วินด์)  สองคนนี้รู้จักกันมาก่อน(เด๋วค่อยพูดถึง)
8.อย่างที่เห็นในตอนจบ (โดนโบกดับ)

^^

อนึ่ง ณ ที่นี้ ถ้าใครอยากเอาวินด์ไปเขียนในงานปีใหม่

1.วินด์คงจะเป็นฝ่ายไปรับหนูฟองมางานนั่งแท็กซี่แล้วกัน=w="
2.คาดว่าคงจะไปยืนหน้าหงิกอยู่มุมงาน และคอยเป็นไม้กันหมากี้ (โดนแม่กี้ตบ>"<)
3.คงเต้นรำกับหนูฟองคนเดียว
4.แอบเหล่แมนกับบูมที่หายไปกันสองคน แต่ไม่ได้ตามไป
5.เกมพระราชาคงไม่เล่นประมาณขอเป็นฝ่ายดู

น่าจะมีแค่นี้

อสอง ชุดหนูฟองรุยเลือก.....แต่วินด์เป็นคนเอาไปให้
ของขวัญรุยเลือก แต่วินด์เอาไปจับ ~

ขอบคุณทุกท่านที่รับชม^^

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

"งั้นเราสองคน...."

"ก็คงจะเข้ากัน...."


อา..
รักวินด์
รักปอ
แอร๊ย~

ปล. ตอนแรกๆ ออกจะวินด์ปอ ตอนหลังๆ ทำไมกลายเป็นวินด์ฟองคลื่นไปได้ล่ะคะรุยซัง!? =A=
(แต่กระนั้นหรืออิวูล์ฟก็ยังเชียร์วินด์ปอ(?) และกี้2ฟองคลื่นเต็มที่นะค้า~~ cry )

#1 By The.wolF on 2009-01-01 16:03

จากเอ็นทรี่ที่แล้วมีทีท่าว่าจะเป็นวินด์*ฟองคลื่น คราวนี้เลยเอาวินด์ปอมาแปะตั้งแต่ต้นเรื่องเพื่อยืนยัน??(ฮา)

แอบงงๆนิดหน่อย มีหลายท่อนที่สับสนว่าคนที่กำลังคิดคือฟองคลื่นหรืออธิชา (แต่ก็เดาได้ล่ะนะ ถ้าอ่านไปเรื่อยๆ)

ไหงมันเป็นแบบนี้ล่ะ?? โผล่มาได้แค่ตอนเดียวก็จากไปแล้วเร้อออ

#2 By Asana Fay on 2009-01-01 21:58