Ava.....[1]

posted on 30 Jun 2008 22:12 by bloodrabbit

ถ้าคุณๆ ทั้งหลายที่หลงเข้ามา แล้วยังงงอยู่ว่า เรื่องราวเหล่านี้เป็นมายังไง

เชิญคุณๆ เหล่านั้น เข้าไปค้นหาความเป็นไปได้

ที่นี่ ...โรงเรียนลูกบาศก์ ของคุณCocon เลยงับ^^

 

Ava.....[2]

.................................................................................

 

 (ต่อจากการบ้าน10นะงับ.....)

 

“Ava…..”

 

น้ำเสียงแผ่วเบาดังขึ้น  ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย 

ความเย็นเฉียบของหยาดฝนตกลงมาดังศรน้ำที่เสียดแทงลงมาบน

ร่างกายที่วิ่งอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บในเย็นวันหนึ่งในฤดูฝน

 

หลังจากที่เจ้านกน้อยสีเหลืองหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยร่วมครึ่งชั่วโมง  

เจ้าของแสนดื้อก็ยังคงวิ่งออกตามหาอย่างไม่ดูสภาพแวดล้อม

ไม่ฟังคำเตือนของเพื่อนที่วิ่งไล่หลังมา 

แม้ตอนนี้เจ้าตัววิ่งออกห่างจากเพื่อนมามากโขแล้ว

 

“Ava......นายอยู่ไหนกัน!!!!”

คำตวาดลั่นสู้เสียงสายฝน  ใบหน้าขาวเริ่มซีด ดวงตาคมค่อยๆ

ปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนล้า  ระหว่างที่หยดพิรุณเริ่มซาลงหายไป

ปรากฏผืนนภายามเย็นแสนสดชื่น

 

วินด์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ร่างกายเปียกปอนไม่ไหวติง.....

มีเพียงเสียงหอบหายใจที่ดังขึ้นไม่ขาดจากอุณหภูมิในร่างกายที่สูงผิดกับ

อุณหภูมิในอากาศรอบกาย  ภายในหัวเร่งคิดหาสถานที่ๆ เจ้านกน้อยจะไปหลบฝน

ภายในโรงเรียน

....แต่ก็ดูเหมือนว่าสถานที่เหล่านั้นตนจะวิ่งหาไปหมดแล้ว......

 

 

....Ava…..นายอยู่ไหน.......

 

 

-จ๋อม....-

 

เสียงน้ำกระจายจากกันดังขึ้นเมื่อถูกเหยียบลงด้วยเท้าที่พยายามยันร่างกายที่กำลังจะเซล้ม 

วินด์ยกมือขึ้นมากุมที่ขมับ รู้สึกว่าภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว 

น้ำหนักของร่างหนักขึ้นจนยากที่จะพยุงกาย   แต่เจ้าตัวก็ยังฝืนยืนอยู่

 

เป็นอะไรไปเหรอครับ......

ใบหน้าดุขาวซีดเอียงหันไปทางกระแสเสียงนุ่มตามสัญชาติญาณ 

ดวงตาคมพยายามเพ่งมองว่าเป็นใครสักพัก 

ก่อนที่พอจะจับภาพได้ว่าเป็นใครเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ฉาบบนใบหน้าสวยราวตุ๊กตา

.......กับเจ้านกน้อยที่สั่นอยู่บนท่อนแขนเล็ก......

 

เอาAvaคืนมา!!!!”

เสียงแหบแค่นขึ้นอย่างเย็นชา  เรียกเสียงขบขันแก่เด็กหนุ่มตัวเล็กกว่าไม่น้อย 

ปอยกยิ้มหวานให้ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปใกล้ 

 

ดวงตาดุยังคงจ้องการกระทำของอีกฝ่ายไม่วางตาจนทั้งคู่ยืนห่างกันอยู่ประมาณหนึ่งไม้บรรทัด

 

ลำแขนเล็กยกขึ้นไปใกล้กับไหล่กว้างที่เปียกชุ่มจากเสื้อเชิ้ตสีขาว 

พอให้เจ้านกน้อยสามารถกระโดดไปหาเจ้านายมันได้ 

 

แต่ดูเหมือนว่าเจ้านกน้อยจะสั่นมากเกินไปจนไม่มีแรงที่จะกระโดดไปตามที่คิด

 

“Ava.....อยากจะอยู่กับผมเหรอครับ.....นั่นสินะครับ.....ผมคงดูใจดีกว่าเจ้านายของคุณ

ว่าแล้วเจ้าตัวเล็กก็ทำท่าจะชักแขนกลับ 

แต่ก็ถูกมือขาวซีดของคนตรงหน้าคว้าเอาไว้ก่อนหลังจากที่คำพูดอีกประโยคหลุดออกมา

 

ถ้าอย่างนั้นAvaไปนอนบ้านผมสักคืนแล้วกันนะครับ....

 

แกจะเอาAvaไปไหนไม่ได้!!!”

คำตวาดหลุดออกมาพร้อมกับแรงบีบที่แขนเล็ก ตามด้วยเสียงหอบหายใจที่ดูเหมือนจะมากกว่าเมื่อกี้

 

ก็รีบๆ เอาไปสิครับ....

สิ้นประโยควินด์ก็คว้าAvaมาไว้ในอุ้งมือ   ก่อนจะลูบบนขนนุ่มเบาๆ ให้หายสั่น

 

รอยยิ้มยังคงปรากฏบนใบหน้าสวย  นัยน์ตาสีนิลประกายไพลินเหลือบไปทางด้านหลัง

เมื่อตนรู้เหมือนมีคนกำลังมา  

 

ขาเล็กก้าวเดินเข้าชิดก่อนจะเขย่งกายกระซิบคำพูดชวนให้เจ้าของนกอารมณ์ร้อน

อยากจะเลาะฟันสวยๆ ออกมาจากปากเล็กให้หมดจะได้พูดอะไรอีกไม่ได้

 

อย่างที่ผมเคยพูดไปแล้ว.....ดูแลมันให้ดีๆ นะครับ.....ระวัง....มันจะหายไป....

เจ้าตัวทิ้งคำพูดเอาไว้แค่นี้ก่อนจะรีบเคลื่อนกายออกห่าง

ก่อนที่จะถูกเจ้าคนขี้หงุดหงิดสวนกลับด้วยกระกระทำ

.....แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้แค่ยืนยังจะไม่ไหวแล้วละมั้ง.......

 

วินด์กัดฟันแน่น  แต่ก็ต้องยกมือกุมที่ขมับอีกครั้งเมื่ออาการปวดหัวเริ่มปรากฏขึ้น 

ภาพตรงหน้าเคว้งหมุน  ก่อนจะพร่าจนมืดสนิท......

 

....ได้ยินเสียงเอะอะ.......

 

.....น่ารำคาญ........

 

 

.....แต่......Avaกลับมาแล้ว.........

 

 

--------------------------------------------

 

---------------------------

 

 

 

----------

 

 

 

 

วินด์ลืมตาขึ้นอีกครั้งพบกับเพดานที่คุ้นเคย......

....ห้องของผม......

 

....ผมกลับบ้านมาตั้งแต่เมื่อไร......

 

 

......จำไม่ได้......ปวดหัวชะมัด..........

 

 

มือแกร่งถูกยกขึ้นมาก่ายที่หน้าผาก  นัยน์ตาสีนิลปิดลงอีกครั้ง  พยายามไม่นึกอะไรให้ปวดหัวมากไปกว่านี้

 

.....แล้วAva........

 

ว่าแล้วดวงตาก็เปิดโพล่งขึ้น  พร้อมกับกายที่กระเด้งลุกขึ้นอย่างลืมตัวว่ากำลังป่วย 

สองมือเร่งควานหาเจ้าตัวน้อยที่ปกติมักจะนอนอยู่ข้างหัวนอนเสมอ 

ก็พบเจ้าตัวเหลืองที่หลับตานอนอยู่ที่เดิมของมัน

 

เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกดังขึ้นเบาๆ  รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นจากจะช้อนร่างของนกน้อยขึ้นมา

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ.....ปฏิกิริยาที่แปลกไปจากทุกครั้ง.....

 

.....ปกติ.....Avaต้องตื่นสิ.....

 

....แล้วทำไมยังหลับอยู่.......

 

 

.....แล้วขนสีเหลือง2-3เส้นบนเตียง.......

 

 

......แล้วทำไม.....Ava.....ตัวเย็น.....

 

 

“Ava.......

เสียงเรียกดังขึ้นเบาๆ  ดวงตาเริ่มเบิกกว้างขึ้น  สมองแปรผลบางอย่างได้.....แต่....มันเป็นไปไม่ได้.....

 

....ไม่สิ....ต้องบอกว่า.....

 

.....ผมรับไม่ได้...........

 

 

สองขายันกายขึ้นอย่างรีบเร่ง  

ไม่สนใจว่าร่างกายของตนกำลังย่ำแย่มากแค่ไหน 

ไม่สนใจคำเอ่ยของพ่อกับแม่ที่กำลังตกใจกับท่าทีของลูกชาย  

ไม่สนใจว่าตนอยู่ในชุดนอนและเวลานี้ควรจะเป็นเวลาพักผ่อน

 

 

ร่างกายโซซัดโซเซก้าวเดินไปยังโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิดอยู่หน้าซอย

 

.....และความจริงที่ไม่ต้องการรับรู้ก็ได้ยินเต็มสองหู......

 

 

หมอต้องแสดงความเสียใจด้วยนะ.....นกของหนูน่ะหมดอายุขัยของมันแล้วจ๊ะ.....

 

 

--------------------------

 

-----------

 

 

-----

 

 

 

วินด์ไปไหนมาน่ะ???....

คำเอ่ยถามอย่างร้อนใจดังขึ้นอย่างเป็นห่วงเมื่อลูกชายตัวดีเดินก้าวเข้ามาในบ้าน 

หาได้มีเสียงตอบรับไม่  มีเพียงใบหน้าเรียบเฉยกับดวงตาสีนิลที่ไร้แวว 

และร่างที่แน่นิ่งของนกน้อยในฝ่ามือของลูกชาย

 

วินด์.....Ava......

ร่างกายที่ก้าวเดินอย่างไร้วิญญาณหยุดการเคลื่อนไหว   แต่ก็ยังไร้เสียงตอบรับ 

ผู้เป็นแม่โอบกอดร่างของลูกชายแน่นเมื่อพอจะเดาสิ่งที่เกิดขึ้นได้

 

ไม่เป็นไรนะวินด์.....มีอะไรก็.....

 

ผมอยากอยู่คนเดียว......

น้ำเสียงราบเรียบไม่กระชาก ไร้อารมณ์ความรู้สึก  

ผู้เป็นแม่จึงต้องยอมคลายอ้อมกอดออกปล่อยให้ลูกชายเดินขึ้นห้องไปอย่างเงียบๆ

 

 

-แก๊ก.......-

 

วินด์ล้มตัวลงบนเตียงนุ่ม  วางร่างของAvaลงข้างๆ   และหลับตาลง......

 

....อายุขัยของนกฟินซ์มีประมาณ 5-7 ปี........

 

 

......ถ้าเท่าที่Avaอยู่กับผมมา....ก็ประมาณ5ปีได้แล้วล่ะมั้ง.....

 

.....ช่วงที่อยู่กับณัฏฐา.....อีก......

 

 

......หึ.......

 

.....ผมกำลังเสียใจอยู่หรือป่าวนะ......

 

 

....ทำไมภายในหัวมันว่างเปล่า.....

 

 

....แต่ที่รู้ๆ......สุดท้ายแม้แต่นาย.......

 

 

.....ก็ไปจากฉัน..........

 

 

เคยได้ยินมาว่า.......เวลาที่คนเราสูญเสียหรือผิดหวังสิ่งใด.......

คนๆ นั้นจะระบายออกมาด้วยการร้องไห้......

 

แต่ทำไมผมที่สูญเสียเพื่อนรักไปแล้ว.....แม้ความเสียใจมันจะมากล้นเท่าไหร่

.....แต่น้ำตายังคงถูกกักเก็บอยู่ในที่ของมัน......

.......หรืออาจจะเป็นเพราะความเศร้าใจมันมากเกินกว่าที่จะระบายได้ด้วยน้ำตาเพียงไม่กี่หยด.....

 

หรือจริงๆ แล้ว....Avaไม่ได้มีความหมายสำหรับผม........

 

 

ท้องฟ้ามืดมนมองไม่เห็นแม้แต่ดวงจันทร์
เมฆหมอกใจดำปิดบังจันทร์เด่นไม่เห็นแม้แต่เงา.........

 

 

TBC.........................................

 

เฮ่อ.....มันเป็นเหตุมาจากเผลอเปิดเจออายุขัยของนกฟินซ์อ่างับ^^

 

เลยคิดว่าเอาตามหลักความจริงดีกว่า (จริงๆ แล้วอยากแก้ลูกชาย 555+)

 

เอาล่ะ  ให้เดากันเล่นๆ แล้วกัน  เพราะต่อตอนหน้าจะเป็นการบ้าน9แล้วงับ^^

1. คิดว่าตอนหน้าจะเป็นยังไงต่อไปงับ^^

2. คิดว่ากำแพงที่วินด์เคยสร้างเอาไว้ มันจะทลายลงมา.......

   หรือยิ่งสูงและแข็งแรงขึ้นค่ะ^^

 

เช่นเคย....ไม่มีของรางวัลให้ 555+

ถ้าพรุ่งนี้ว่างจะเอามาลงต่อนะงับ>.<

 

( การแกล้งลูกชายเป็นงานของแม่!!! เย้~)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ทำไม เอวาที่บินมาเล่นกับไทยต้องตายด้วย...
แต่เราหวังว่าวินด์คงทลายกำแพงได้นะครับ
... ไทยเข้าใจวินด์big smile

#1 By Thai-Cubic on 2008-06-30 22:27

u_u) หนูAva...

---

รุยจังอ่ะ~ sad smile

#2 By [ i ]Rin on 2008-06-30 22:35

ความจริงก็คงจะเสียใจแหละครับ (เดา)
แต่การเสียใจไม่จำเป็นต้องร้องไห้เสมอไปนี่นา
พฤติกรรมของวินด์ออกจะบ่งบอกว่ารัก Ava มาก

แต่ว่าจากนี้ต่อไปจะเป็นยังไง
ก็คงขึ้นอยู่กับว่าวินด์จะเลือกทางไหนแล้วละฮะ
แต่ว่า
ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจปัญหาของวินด์เท่าไรนะฮะ

#3 By Kyril on 2008-06-30 22:53

ขอเม้นสั้นๆละกันนะ เวลามิค่อยเอื้ออำนวย T^T อาจารย์ใจร้าย สั่งการบ้านเพียบเลย เค้าจะตายอยู่แย้ววว

อ่านไปรอบนึงแล้วตอนรุยส่งมาให้ แต่ตามมาอ่านที่นี่อีกรอบ แบบว่าว่างจัดอ่ะ(กัดฟันพูด)

สำนวนสวยดี สงสัยจะตั้งใจแต่งตอนนี้เป็นพิเศษ ชอบนัก..ไอ้เรื่องกลั่นแกล้งลูกชายเนี่ย แต่ช้านก็ชอบ เอิ๊กๆ

เพื่อนกยอมวิ่งตากฝน ไม่ห่วงตัวเองเลย ตาวินด์ แล้วอย่างนี้ขาด Ava ไปแกจะอยู่ยังไง อยู่กับอาเจ้มั้ยจ๊ะ ย้ายสำมะโนครัวมาโลด~

คนที่เอานกไปน่าร้าก อยากสครีม!! แต่อย่าริเขย่งเข้าไปกระแซะเอ๊ยกระซิบใครแบบนี้อีกนะจ๊ะ มันอันตราย

ลูกชายคนอื่นเนี่ยน่ารักเนอะ ส่วนหลานชายชั้น..ถึงมันจะไม่ค่อยน่ารัก แต่ก็หล่อและน่าแกล้ง ใช่มั้ย? คริๆ

ps. สงสาร Ava สงสัยโดนวินด์กลิ้งทับตาย!!
ps2. บอกจะเม้นท์สั้น สุดท้ายก็..อย่างที่เห็น

#4 By Ayaya on 2008-06-30 23:59

ช็อคและตกใจ..Ava...ตายจริงๆเหรอคะ....
แล้วแบบนี้วินด์จะเป็นยังไงต่อไปล่ะเนี่ย

#5 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2008-07-01 00:17

R.I.P. Ava ตัวประกอบที่โด่งดังสุดของรรลบ. (ไม่นับผอ.)


ถ้าวินด์ปลงชีวิตไปบวชให้Avaคงช็อกกันทั่วห้องsad smile

ผมว่าวินด์มีความเป็นไปได้ที่จะสร้างกำแพงรอบตัวให้สูงขึ้นนะ ไม่มีอะไรมาคอยช่วยสงบอารมณ์ด้วยยิ่งแล้วใหญ่

ที่สำคัญ วินด์จะไปพาลนายปอรึเปล่าเนี่ย ชักกลัวๆ
ตอนแรกอ่านแล้วก็อึ้ง
นี่เท่ากับเป็นตัวละครแรกที่ตายใน รรลบ แฮะ
แต่เพื่อความสมจริงก็คุ้มครับผม
เพราะถึงไงเอวาก็ไม่หายไปจากใจวินด์แน่ๆ

อยากชมว่ากล้ามากที่ทำแบบนี้
และมันจะเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่จะนำไปสู่การบ้าน9จริงๆครับ
เพราะนี่แหละคือการเปลี่ยนแปลง
และชีวิตต้อง"ก้าว"ต่อไป

#7 By ร.ร.ล.บ. on 2008-07-01 19:03

ง...ง่ะAva...



วันก่อนยังบินมาเล่นกับโคลเวอร์อยุ่แท้ๆ


วินด์ก็อย่าเสียใจมากนะ
ยังไงๆAva ก็จะอยู่ในใจของวินด์และก็ทุกๆคนต่อไปจ๊ะ

โคลเวอร์กับทุกคนเป็นห่วงวินด์น้าาา

big smile
*ไว้อาลัยเอวา 18 วิ*

โธ่....เอวา....

หมดเรื่องแกล้งวินด์ไปหนึ่งเรื่อง....*ผิดประเด็นว้อย!*

ภู : เหลือกำแพงที่กั้นนายจากพวกเราอีกกี่ชั้นน่ะวินด์? พวกเรารอทำลายกำแพงนั่นอยู่นะ....*หันไปสลดให้เอวา*

#9 By @arrow@ & Puu on 2008-07-01 22:01