การบ้าน10 [จบ]~

posted on 23 Jun 2008 00:19 by bloodrabbit

ถ้าคุณๆ ทั้งหลายที่หลงเข้ามา แล้วยังงงอยู่ว่า เรื่องราวเหล่านี้เป็นมายังไง

เชิญคุณๆ เหล่านั้น เข้าไปค้นหาความเป็นไปได้

ที่นี่ ...โรงเรียนลูกบาศก์ ของคุณCocon เลยงับ^^

 

การบ้าน 10 [1]

การบ้าน 10 [2]

การบ้าน 10 [3]

 

 ---------------------------------------------------------------------------------

 

 

พวกท่านจะบอกว่า...คนร้ายตัวจริงอยู่ในพวกปีกขาวงั้นรึ??

เสียงเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อหู  ดังขึ้นจากองครักษ์นาม ชิน   เมื่อได้ยินข้อมูลใหม่จากบุคคลทั้งสาม

.....ก็ชินมองไม่ให้โคลเวอร์นี้.....

 

ตอนแรกคิดว่ามันจะซ่อนตัวอยู่ในวิหาร   แต่ฟังจากไทย.....ผู้ดูแลวิหารน่ะ....  ดูจะคิดผิดไปหน่อย

วินด์เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก   ชินหันไปมองบุรุษชุดขาวก่อนจะแสดงสีหน้าครุ่นคิดออกมา 

 

พวกท่านไปพักผ่อนเถอะ....พวกเราเหล่าทหารจะออกสืบค้นที่เหลือเอง

ผ้าคลุมสีน้ำตาลเข้มพลิ้วไหวตามแรงหมุนกายขององครักษ์หนุ่ม 

เคลื่อนกายทิ้งทั้งสามให้ยืนอยู่ในห้องรับรอง  ก่อนจะมาสาวใช้มาเชิญไปยังที่พัก

 

 

 

 

 

 

ระหว่างทางเดินที่ลากผ่านสวนพฤกษชาติ  วินด์เงยหน้ามองท้องฟ้าสีคราม

ที่แลดูไม่ต่างจากตอนที่ตนมาถึง 

มีเพียงอากาศรอบกายที่รู้สึกว่ามันช่างหนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิม

 

ห้องเจ้านักบวชนั้นอยู่ไหน

เสียงทุ่มเอ่ยถามสาวใช้ที่เดินนำอยู่ข้างหน้า 

ร่างเล็กเกร็งเล็กน้อยด้วยความกลัวเมื่อได้ยินเสียงแข็งที่ฟังเหมือนคำตำหนิ

 

ท่านKaze หมายถึงท่านภัทรหรือเจ้าค่ะ......ท่านภัทรอยู่ตำหนักทางตะวันออกเจ้าค่ะ...

น้ำเสียงแหลมสั่นนิดๆ   ก่อนจะแอบถอนหายใจเงียบๆ เมื่อคนหน้าดุก้าวเท้าไปตามทางที่เธอบอก

 

หมดธุระของผมแล้ว......ขอตัวนะครับ

ธูปเอ่ยเสียงเบาชวนขนลุก  ก่อนจะมีหลุมสีดำปรากฏขึ้นใต้เท้าของหมอผีหนุ่ม 

ทำเอาไทยที่เดินอยู่ข้างๆ ก้าวหลบแทบไม่ทัน  ก่อนที่หนุ่มแว่นจะหายไปกับความมืดมิดนั้น 

ภูติน้อยสีเขียวก็ก้าวเข้าไปใกล้

 

โคลเวอร์ขอไปด้วยค่ะ....อยู่กับคุณหมอผีแล้วก็คุณเทียน   น่าจะดีกว่า.....อย่างน้อยพวกคุณก็มองเห็นโคลเวอร์

 

นัยน์ตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสีดำมองภูติน้อยก่อนจะพยักหน้า  แล้วทั้งคู่ก็หายไปกับความมืดของหลุมมิตินั้น

 

 

หนุ่มลักยิ้มสวยได้แต่ยืนมองบุคคลที่พึ่งจะจากไปทั้งสองคน  ก่อนจะบอกให้สาวใช้นำทางตนไปยังจุดหมายเดิม

 

 

 

 

 

เจ้านักบวช!!!”

เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออกเสียงดัง 

หนุ่มหน้าหวานหันไปมองก่อนจะแย้มยิ้มน้อยๆ เป็นเชิงทักทาย

 

รีบร้อนมาแบบนี้.....มีอะไรจะถามเหรอครับ.....

ถามราวกับรู้อยู่ก่อนแล้ว  คนอารมณ์ร้อนก้าวเดินเข้ามาใกล้คนที่กำลังจีบน้ำชาอย่างสบายใจบนโต๊ะปิกนิกสีขาว

 

ดินแดนนี้ไม่มีเวลากลางคืนหรือไง??

คำถามแรกถูกเอ่ยออกมาขณะที่วินด์หย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้อีกฝั่ง 

ถ้วยน้ำชาลอยลงมาวางตรงหน้าพร้อมกับน้ำชาสีเข้มที่ถูกเทลงไปพอควร

 

เคยมีครับ....อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าหลังจากที่ธิดาสีทองถูกขโมยไป 

ทุกๆ อย่างก็เริ่มผิดเพี้ยน...อากาศที่หนาวขึ้นและท้องฟ้าไร้รัตติกาล

.....ล้วนแต่เป็นผลที่เกิดขึ้นครับ.....จะว่าไปการที่ท้องฟ้าไร้ยามเย็นเช่นนี้

ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับพวกปีกขาวสักเท่าไรหรอกครับ

......แต่สำหรับพวกปีกดำแล้ว.....ท้องฟ้ารัตติกาลคงเป็นส่งที่ขาดไม่ได้

 

อีกคำถาม   พวกปีกดำกับปีกขาวแยกกันยังไง.....

วันนี้ชั้นเจอพวกปีกดำ   มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกนายสักหน่อย???

 

ความหมายตรงตัวครับต่างกันที่สีของปีกกลางหลัง

.....คุณคงไม่สังเกตเห็นเพราะถึงจะเรียกว่าปีกแต่ก็ไม่ได้ใช้สำหรับบินเหมือนพวกภูติ

.....และอีกอย่างพวกปีกดำจะมีหางสีดำยาวปลายเป็นลูกศร....

แต่ก็มีพวกปีกดำบางพวกที่สามารถซ่อนหางของตนได้......

เอาจริงๆ ช่วงหลังๆ พวกเราก็แยกกันไม่ออกหรอกครับ 

เพียงแต่เมืองของพวกเราไม่ค่อยมาคล่องเกี่ยวกัน

 

พูดง่ายๆ ก็คือแยกกันได้ไม่ชัดเจนสินะ....

.....อย่างนี้คนที่ยัยภูตินั้นบอกก็อาจจะเป็นพวกปีกดำก็ได้........

 

มีอะไรจะถามอีกไหมครับ.....

ภัทรเอ่ยถามเสียงนุ่มเมื่ออีกฝ่ายเงียบไป  พรางซบน้ำชารอ

 

มี......ธิดาสีทองมีความสามารถอะไรบ้าง.....ทำไมเจ้าพวกบ้านั้นถึงต้องการตัวผู้กอบกู้....

 

 

สามารถทำให้ความปรารถนาทุกอย่างเป็นจริงครับ.....แต่ผู้ใช้ต้องเป็นผู้กอบกู้หรือเจ้าของที่แท้จริงเท่านั้นครับ

 

ขอบใจ....

เมื่อหมดคำถามเจ้าตัวมากปัญหาก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปโดยทันที

....ถ้าอย่างงั้น....คนร้ายน่าจะเป็น......

 

....เจ้าหน้าสวยนั้น!!!.......

 

 

 

.....นี้เราติดใจคำพูดเจ้านั้นขนาดเก็บมาฝันเลยเหรอเนี่ย -*-.........

 

 

 

 

 

 

ข้าจะช่วยท่านให้ได้......องค์หญิงไอริน.....

น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นแผ่วเบา  แต่ก็พอให้วินด์หันไปมองต้นเสียงท่ามกลางสวนพฤกษชาติไร้ผู้คน 

ก็ได้พบกับร่างสูงขององครักษ์ผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าน้ำพุที่เริงระบำแสนงดงาม

 

ไม่รู้ว่าอะไรทำให้วินด์ก้าวขาเข้าไปไกล  เสียงหญ้าทำให้องครักษ์หนุ่มรู้ตัวใบหน้าคมหันไปมองอย่างตกใจ

   ยิ่งเห็นว่าเป็นแขกใบหน้ายิ่งแสดงความวิตก

 

ข้า.....ไม่ได้คิดอะไรเกินกว่า....ความเป็นนายบ่าวนะขอรับ!!!......

 

 

ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังแต่บังเอิญผ่านมาเฉยๆ.......

แล้วอีกอย่าง.....ความรู้สึกของนายมันก็ไม่ได้เป็นธุระกงการอะไรที่ฉันจะต้องไปสนใจ....โวยวายไปได้

เสียงทุ่มเอ่ยอย่างรำคาญ   แต่ก็พอให้ชินแลดูใจเย็นลง  วินด์เคลื่อนกายไปยืนข้างๆ องครักษ์หนุ่ม 

นัยน์ตาสีนิลมองสายน้ำที่วิ่งไปมาราวกับนางวารีที่กำลังร่ายรำตามท่วงทำนองธรรมชาติ

 

ตอนที่ข้ายังเป็นทหารฝึกหัด.....เคยแอบมามองน้ำพุนี้อยู่บ่อยๆ......และก็ได้เจอกับองค์หญิงครั้งแรก.....

 

ไอ....องค์หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนของนายละสิ

เสียงทุ่มเอ่ยแทรกขึ้น

 

ใช่.....องค์หญิงเป็นคนใจดี.....ยิ้มเก่ง......เป็นเพื่อนคนสำคัญ.....ข้าไม่ควรเอ่ยคำพูดเหล่านี้เลย....ต้องขออภัยด้วย

.....เพื่อน.....

 

 

เล็กน้อย.....ไม่อยากคิดให้เปลืองสมอง......ฉันมีเรื่องจะถามนาย....

 

 

ขอรับ.....???

 

 

พวกปีกดำ.....มีคนชื่อ ปอ.....หรือกรวิทย์ หรือป่าว

 

 

องค์ชายปอ.....หรือพ่อมดปอ....ท่านหมายถึงผู้ใด??

เมื่อได้ฟังคำตอบ  วินด์ยกมือกุมขมับ

......มีสองคน.....สองตำแหน่งงั้นเหรอ -*-.........

 

 

มีอะไรหรือป่าวขอรับ???

 

 

ฉันพอจะรู้ตัวคนร้ายที่แท้จริง.....คงจะเป็นหนึ่งในสองคนที่นายตอบมานั้นแหละ

 

 

ถ้าท่านแน่ใจเช่นนั้น......เราจะเตรียมตัวบุกปราสาทของพวกมัน....

 

 

.................................................................

 

 

 

ด้วยความรวดเร็วของการจัดเตรียมทัพลอบเข้าไปภายในปราสาทสีนิล  มีองค์รักษ์ทั้งหกคนแล้ววินด์รวมเป็นเจ็ดคน

 

การลอบเข้าเมืองเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะง่ายเพราะจำนวนคนเพียงน้อยนิด

......และวิชาการหลอกล่อขององครักษ์หัวเม่นนาม แพท.......

 

จริงๆ แล้วท่านKaze ไม่ต้องตามมาก็ได้นะขอรับ....

ชินเอ่ยขึ้นเสียงเบาระหว่างย่องเข้าไปในปราสาทที่พลุกพล่านไปด้วยทหารรักษาการณ์  วินด์หันมามองเล็กน้อย

 

ชั้นอยากจะรู้ว่า....นายจะช่วยเพื่อนคนสำคัญของนาย....อย่างถึงที่สุดหรือป่าว

สิ้นเสียงตอบ  ก็มีร่างสี่ร่างในชุดสูทสีดำอย่างพวกมาเฟียปรากฏกายขวางทางเหล่าผู้บุกรุก

 

อะไรกัน.....ไหนเจ้าพ่อมดนั้นบอกว่ามีผู้บุกรุก....แค่เจ็ดคนเนี่ยนะ!!!”

เสียงโวยวายอย่างไม่พอใจดังจากร่างที่ตัวเตี้ยที่สุด

 

เอาน่าต้นน้ำ.....งานก็คืองานรีบๆ จัดการให้หมดแล้วไปกินนมได้แล้ว

ร่างสูงโปร่งของคนผมยาวที่สุดเอ่ยอย่างอารมณ์ดี

 

รู้แล้ว.....

ต้นน้ำตวัดเสียงตอบ  ชักหนังสือเล่มโตไว้บนฝ่ามือเล็ก

พร้อมกับอีกสามคนที่เหลือที่ชักอาวุธช่างกายขึ้นมารับมือกับผู้บุกรุก

 

คงต้องแยกกับแล้วล่ะขอรับ

น้ำเสียงเข้มดังจากองครักษ์หมียักษ์

 

ชิน   ฮุย  !!!!.....พวกนายพาแขกไร้มารยาทไปต่อเลย.....ตรงนี้พวกเราจัดการเอง!!!”

ผู้ป่วยโรคพาราโบล่าตวาดคำพูด  ก่อนจะชักดาบรับไม้ตีกลองขนาดเท่าดาบไม้พร้อมกับรุกไร้อีกฝ่าย 

ให้ทั้งสามวิ่งฝ่านทั้งสี่ไปอย่างง่ายดาย

 

อะไรกันครับ....ผมไม่อยากทำร้ายผู้หญิงอย่างคุณเลยนะครับเนี่ย

น้ำเสียงเจ้าชู้ถูกเอ่ยจากมาเฟียผมยาว  เรียกรอยยิ้มแสยะขึ้นบนใบหน้าเรียว 

กงเล็บสีส้มกางออกแส้สีส้มสดค่อยๆ ปรากฏขึ้น

 

ถึงจะเป็นไม้ป่าเดียวกันแต่หล่อแบบนี้....ขอเดี๊ยนฟาดไม่เลี้ยงเลยแล้วกันนะเคอะ~”

คำพูดนั้นทำเอาความสยองทั่วถึงกันทั่วหน้าแม้แต่พวกเดียวกนก็เถอะ= =

 

 

 

 

อีกสามคนที่กำลังวิ่งตรงไปตามทาง  ระหว่างนั้นเองฮุยก็พลักวินด์ไปทางชิน 

พร้อมกับถีบตัวหลบจากโจมตีจากด้านบน

 

มือสั้นเกือบยี่สิบอันปรากฏขึ้นเต็มฝ่ามือของฮุย 

ก่อนจะปาออกไปยังเจ้าของอาวุธท่อนเหล็กคู่  แต่ก็ถูกปัดออกไปได้หมด

 

จะให้ผ่านไปไม่ได้.....นอกจากเจ้าตาดุนั้นเท่านั้น

ฟานเอ่ยอย่างเย็นชา  มือที่ยังกำอาวุธแน่นชี้มาทางวินด์  ขาแข็งแรงออกก้าวเดินไปตรงหน้าของหนุ่มกังฟู

 

ขอบใจ....แต่......ฉันไม่ต้องการ

ขาแข็งแรงสวิงคิกเตะเข้าที่ก้านคอของนักฆ่าหนุ่ม 

ฟานหลบได้อย่างสวยงามพร้อมกับฟาดไปที่ท้ายทอยของวินด์เพื่อให้สลบ 

แต่เด็กเจ้ามีปัญหาใช้จังหวะนั้นดีดตัวรับแรงกระแทกให้ตนกระเด็นไป 

โดยมีชินที่เตี๊ยมกันไว้ก่อนแล้วพุ่งกายไปรับ  ก่อนที่ทั้งคู่จะวิ่งต่อไปอย่างรวดเร็ว

.....ติดเกียร์หมานั้นเอง........

 

 

ขณะที่หนุ่มฟานจะตามไป  มีดบินหลายสิบอันก็ปักขวางทาง

 

คู่ต่อสู้ของนาย....คือฉัน

 

 

 

 

ยัยนั้นจะไม่เป็นไรเหรอ

วินด์เอ่ยถามหลังจากที่วิ่งมาได้สักพัก

 

ไม่หรอกขอรัก ฮุยเป็นพวกเน้นความเร็วกับการใช้อาวุธลับครับ.....ไม่น่าจะมีปัญหา

 

งั้นเหรอ........!!!”

จู่ๆ วินด์ก็ทรุดกายลง  ทำให้ชินต้องรีบวิ่งไปดูอาการ

 

.....หนาว.....

 

 

ท่านKaze   เป็นอะไรขอรับ......

ชินถามอย่างร้อนรน  แล่คำตอบที่ตอบกลับมาเป็นเพียงการส่ายหน้า

  วินด์ยันกายขึ้นแม้จะรู้สึกแย่เป็นทนก็ตาม

......รู้สึกชื่น.....แล้วก็หนาว.......

 

 

.....ปวดหัวชะมัด.......

 

 

และทั้งคู่ก็เดินทางไปต่อ   จนกระทั้งถึงห้องโถงห้องหนึ่ง 

ภายในห้องมืดจนแทบมองอะไรไม่เห็น  ทั้งคู่ก้าวเดินไปอย่างระวัง

 

ในขณะที่สายตาเริ่มปรับสภาพได้ในความมืด   ก็ได้ยินเสียงหวานตวามลั่น

 

ขโมยธิดาสีทองมา    เพียงเพื่อจะได้ไม่ต้องออกไปตามคนเชื้อเชิญของพวกขุนนางงั้นเหรอ!!!”

 

.....เสียงเด็กหญิงซาลาเปา.........

 

 

ก็ใครๆ ก็ชอบให้ผมออกไปไหนมาไหนตอนดึกนี้ครับ....แต่ผมก็มีเหตุผลอื่นนะครับ

 

 

อะไรมิทราบ??....

.....เสียงแมวน้ำ......

 

 

ไม่บอกดีกว่า....ก็ตอนนี้มีแขกไม่ได้รับเชิญอีกตั้งสองคนนี้ครับ

ว่าแล้วชินก็ปรากฏตัวต่อหน้าเหล่ารัชทายาท

 

องค์หญิงผมมาช่วยแล้ว!!!”

 

 

ชิน!!!”

 

หากแต่ก่อนที่จะได้เคลื่อนไหวอะไรมาก  ธารน้ำใสก็ไหลท่วมทั้งห้องนั้น 

พัดทุกสิ่งที่อยู่ภายในห้องดั่งกระแสน้ำที่เฉี่ยวกราด

 

วินด์พยายามมองหาAvaเท่าที่จะทำได้  

นัยน์ตาสีนิลกลับเห็นเพียงแผ่นหลังสีทองของหญิงคนหนึ่งกับรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าขาว  

ก่อนทุกอย่างจะหายไปกับความมืดมิด

 

 

 

 

 

 

-          วินด์....-

 

 

....เสียง....ใคร??.....

 

 

-ซ่า........-

เสียง....ฝน.....

 

 

 

วินด์!!!!”

 

คำเรียกเสียงดัง   ปลุกให้เด็กหนุ่มตื่นจากนิทรา 

รับรู้ว่าตัวเองกำลังนอนตากฝนอยู่และตอนนี้กำลังถูกประคองอยู่บนแขนของหมีดำ......

 

ร่างแกร่งผุดลุกขึ้นจากอ้อมแขนของเพื่อนร่วมห้อง   นัยน์ตาสีนิลเหลือบมองไปทั่ว 

เห็นพวกที่มักจะอยู่บนสนามสีเขียวในช่วงเย็น

 

......แต่ไม่เห็นสัตว์เลี้ยงแสนรัก.......

 

 

“Avaอยู่ไหน!!!!”

เสียงแข็งกร้าวตวาดลั่น  กระชากคอเสื้อหมีอย่างหาเรื่อง  จนเย้เยทนไม่ไหวอีกครั้ง 

ต่อยเข้าที่ใบหน้าที่เริ่มซีดขาวจากความเย็นของสายฝน  จากวินด์เซไปเล็กน้อย

 

นกของแกจะไปอยู่ไหนพวกเราจะรู้มั้ย!!!.....

บุญแค่ไหนที่ภูมิมันเอะใจมาดูว่าแกยังอยู่บนดาดฟ้าหรือป่าว....ไม่งั้นแกได้นอนจมน้ำฝนตายไปแล้ว!!!!”

 

วินด์หันไปทำตาดุใส่เย้เย  ก่อนจะวิ่งออกไปตามหาAva......

 

.....Ava….แกอยู่ที่ไหน.......

 

 

 

 

ในขณะเดียวกันใต้กันสาดหน้าโรงยิม   มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนมองสายฝนที่เทลงมาราวกับฟ้ารั่ว 

มือขาวจัดลู่เส้นผมสีดำแกมน้ำเงินที่ปกใบหน้าขึ้น

  นัยน์ตาสีเดียวกับเรือนผมหันไปมองเจ้านกน้อยที่นั่งตัวสั่นอยู่บนเรียวแขน 

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเฉกเช่นทุกครั้ง

 

ถ้าฝนหยุด.....จะปล่อยไปนะครับ

 

 

 

 

Fin............

 

 สรุปแล้ว.....คนที่เอาAvaไปก็คือหนูปอนะค่ะ^^~

[แอบเอาลูกชายเค้ามาเล่น...ไม่รู้จะโดนดักเตะหรือป่าว= =]

 

เจอกันเมื่อรุยว่างนะงับ= =" 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

sad smile อุ่...เขิล

=w=)d สนุุกดีค่ะ สมกับเป็น มหากาพย์~

#1 By [ i ]Rin on 2008-06-23 00:45

งานนี้น่าเห็นใจพีั่หมีจัง
๕๕๕๕

#2 By Kyril on 2008-06-23 01:01

ตาวินด์ติดใจคำพูดของปอจนเก็บไปฝันกันเลยทีเดียว เป็นเพราะห่วง Ava หรือเพราะน้องเค้ากวนโมโหได้น่ารักติดตาล่ะนี่?

มาเฟียต้นน้ำ เปิดตัวมาอย่างเท่ห์ แต่ให้ความรู้สึกน่าเอ็นดูมากกว่า ดื่มนมมากๆนะหนู เดี๋ยวสู้คนไม่ไหว อาเจ้เป็นห่วงค่า!

ฮากะมุขพาราโบล่าอะเกน..พอดียังไม่ค่อยชิน อิอิ แพทเท่ห์สุดๆไปเลย จิตสังหงสังหารไม่ต้องใช้..ทำให้คนสยองได้เพียงใช้คำพูดประโยคเดียว

พี่หมีประคองตาวินด์..
เอ่อ..ช่างกล้าเนอะ ไม่กลัวมันตื่นมาแล้วตะบันหน้าเอาเหรอคะ?
เย้เย้ก็นะ ต่อยหลานชายนู๋ได้ไง
เข้าใจว่าออกรับแทนพี่หมี แต่ก็เบาๆหน่อยจิ เล่นเอาซะเซ เดี๋ยวเจ้าวินด์หมดหล่อ นายต้องรับผิดชอบนะยะ

นู๋ปอน่าร้ากกกก อยากสครีม!!~
ชิงลูกนกมาจากอกพ่อ เดี๋ยวก็โดนสายลมคลั่งเล่นงานเอาหรอก
ว่าแต่..Ava จะสั่นทำไม? อยู่กะหนุ่มหน้าสวยแบบนั้น มันน่าจะดีใจมากกว่านะ

ps. มีพิมพ์ผิดหลายที่นะจ๊ะรุย ทำให้บางช่วงอ่านแล้วแอบงงนิดๆอ่ะ ไว้ค่อยมาแก้ทีหลังละกันนะ

#3 By Ayaya on 2008-06-23 02:02

องครักษ์หัวเม่นนาม แพท
....

เหียก~!! Lame~!!!!!!
เดี๊ยนว่าจะเลิกอ่านตั้งแต่รู้ว่าเป็นทหารแีระ
ชิ~!!

#4 By :::Patricia::: on 2008-06-23 03:46

จบแว้ววววววววววว
วินด์ท่าทางจะเคลิ้มมาก...
ปอนี่เองที่ทำเรื่องราวให้เกิดขึ้น...

ว่าแต่ผู้ดูแลวิหารโคตรเท่ห์เลยอ่ะ
อิอิ...

เจอกันครับรุยconfused smile

#5 By Thai-Cubic on 2008-06-23 09:55

สรุปทั้งเรื่องธีพูดอยู่ประโยคเดียวsad smile แต่ก็สนุกดีครับ นึกว่าจะหักมุมให้Avaไปอยู่กับวิญญาณชินนะนั่นbig smile
เป็นมหากาพย์จริงๆด้วยค่ะ surprised smile
อยากเห็นวินด์กุมขมับจังเลย cry


***
ส่วนเจ้าปราบ ต้องขอโทษด้วยเหมือนกันค่ะ ตอนเขียนแอบกลัวเหมือนกันว่าคุณแม่จะว่าไงบ้าง แต่ยืนยันว่าปราบไม่ได้มีเจตนาร้ายค่ะ

ฝากครูจอมบุ่มบ่ามคนนี้ด้วยนะคะ><

#7 By -Pranyawe- (220.46.238.7) on 2008-06-28 18:32

55555+

โอ้ยยย (เดาออกแต่แรกว่าลูกตรูต้องเป็นตัวร้ายแหงเลย)

ชอบค่า~~!!!! สะใจ กร๊ากกกกกกก

(ปอ - ทำไมแม่ชอบให้ผมเป็นคนเลววะครับ = =)

แหม... อันว่าคนเราชอบคนดี แต่รักคนเลว เพราะแม่รักลูกไงจ๊ะ กร๊ากกกกกก!!!~~

แหม หนูปอเขาก็เอ็นดู Ava อยู่ แค่... หมั่นไ้ส้เ้จ้าของแค่นั้นเอ๊งงงงง

เขียนให้วินด์กัดกับปออย่างจริงๆ จังๆ น่าจะมันส์หยด (ปากแต่ละคนช่าง...)

แล้ววินด์จะมาหาตามเอาเรื่องกับหนูปอไหมเนี่ย เคี๊ยกๆๆ (หัวเราะแบบนี้แสดงว่าอยากให้มา????)

รออ่านการบ้านต่อไปนะจ๊ะ ^3^

#8 By [:+melody+:] on 2008-07-07 12:47