การบ้าน10[3]
posted on 21 Jun 2008 23:33 by bloodrabbitถ้าคุณๆ ทั้งหลายที่หลงเข้ามา แล้วยังงงอยู่ว่า เรื่องราวเหล่านี้เป็นมายังไง
เชิญคุณๆ เหล่านั้น เข้าไปค้นหาความเป็นไปได้
ที่นี่ ...โรงเรียนลูกบาศก์ ของคุณCocon เลยงับ^^
การบ้าน 10 [2]
.............................................................................................
“อย่าเข้ามานะ!!!!”
เด็กผู้หญิงตัวเล็กกรี๊ดร้องออกมา นัยน์ตาสีเขียวปิดแน่นด้วยความหวาดกลัว
เมื่อสัตว์ประหลาดตรงหน้ากำลังอ้าปากกว้างเห็นฟันซี่โต
ที่เต็มไปด้วยน้ำลายเหนียวๆ น่าขยะแขยง
.....มันกำลังจะกินเธอ.....
เด็กหนุ่มผมสีนิลผู้เห็นเหตุการณ์ รีบคว้ากระชากเถาวัลย์หนามแหลมคม
เลือดสีแดงไหลอาบออกจากบาดแผลที่ฝ่ามือ
ใบหน้าคมดุยุ่งด้วยความเจ็บชั่วขณะก่อนจะกระโจนกาย
ไปช่วยเด็กคนนั้นที่กำลังจะเข้าไปอยู่ในปากสกปรก
-ควับ!!...-
“ก๊ากกกซ์!!!!.....”
ดวงตากลมโตสีมรกตลืมขึ้น เมื่อได้ยินเสียงเจ้าสัตว์ประหลาดกรี๊ดร้อง
ร่างเล็กคลานถอยไปข้างหลังอย่างตกใจ
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งขี่อยู่บนผิวหลังหยาบและกำลังกระชากเถาวัลย์หนาม
ที่คล้องอยู่ที่ปากของเจ้าสัตว์ประหลาดที่กำลังดิ้นราวกับม้าที่กำลังพยศ
ของเหลวสีแดงไหลจากบาดแผลที่ผิวขรุขระรอบปากยักษ์
และกระเซ็นไหลจากฝ่ามือของผู้ที่มาช่วยเธอ ร่างเล็กตัวสั่นเครือ
ไม่กล้าที่จะขยับไปไหน ได้แต่มองภาพสยองขวัญตรงหน้า
จนกระทั้งได้ยินเสียงที่ตวาดมาทำให้พอจะได้สติ
“จะนั่งอยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ย!!!!.....รีบหนีไปสิ!!!!”
วินด์ตวาดออกมา ฝ่ามือของเค้าเริ่มจะสู้แรงมหาศาลของ
เจ้าตัวประหลาดน่ารังเกลียดนี้ไม่ไหว ถ้านานกว่านี้ได้ตายทั้งคู่แน่
.....ถึงจะเป็นความฝันก็เถอะ.....
....แต่ถ้าตายเพราะสัตว์ประหลาดกิน......มันดูทุเรศชะมัด -*-.......
“เค้า.....มองเห็นโคลเวอร์???.....”
เสียงเล็กพึมพำออกมาอย่างเหม่อลอยพอๆ กับดวงตาคู่โตที่จ้องเด็กหนุ่มคนนั้นตาไม่กระพริบชั่ววูบนึง
ร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้นก็มีแสงสีเขียวล้อมรอบ ผิวสีขาวเนียนแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวดังผิวหยก
ปีกบางสีอ่อนคล้ายใบโคลเวอร์ปรากฏจากแผ่นหลังเล็ก นัยน์ตาสีนิลจ้องมองอย่างประหลาดใจ
....นอกจากพวกปีกขนนกแบบพวกนางฟ้า....
....ยังมีปีกแบบพวกแฟร์รี่อีก......
.....ทำไมความฝันของเรามัน......ดูไม่ปรกติเลยฟ่ะ-*-.............
“ปล่อยมือจากเถาวัลย์อันนั้นเร็วค่ะ.....แล้วคว้ามือโคลเวอร์ไว้นะ!!!!!”
ภูติสีเขียวเอ่ยเสียงดังก่อนจะขยับปีกบินไปอย่างรวดเร็ว
วินด์ทำตามที่เด็กสาวว่าคว้ามือนุ่มผิวหยกที่เอื้อมมาทันที
ทั้งคู่อาศัยจังหวะที่เจ้าสัตว์ประหลาดกำลังสนใจกับเถาวัลย
์ที่สร้างความเจ็บปวดให้ตน บินหนีจากไปอย่างรวดเร็ว
สายลมหนาวพัดผ่านตามความเร็วของการบิน
จนเด็กสาวต้องจับมือของเด็กหนุ่มแน่นเพื่อให้บินไปได้พ้นอาณาเขตของป่าได้ทั้งคู่
“ขอโทษนะค่ะ อาจจะเจ็บแผลที่มือหน่อยแต่ว่าถ้าไม่พ้นป่านี้ก็ไม่ปลอดภัยหรอกค่ะ”
“ช่างเถอะ.....เธอจะพาฉันไปที่ไหน....”
วินด์ถามออกมาเสียงเบา รู้สึกไร้เรี่ยวแรงจากการเสียเลือดไปจำนวนไม่น้อย
....จะเหมือนจริงทำไมฟ่ะ.....ไอ้เรื่องแบบนี้น่ะ-*-......
“ไม่แน่ใจค่ะ....เพราะโคลเวอร์ก็ไม่เคยเข้าเมืองเลย
แต่เคยได้ยินจากเพื่อนภูติด้วยกันว่า มีหมอผีคนหนึ่งที่สามารถเห็นพวกเราได้”
“เห็นพวกเรา???......ปกติไม่ใครเห็นหรือไง???”
“โคลเวอร์พึ่งจะเจอคุณคนแรกค่ะ....
ที่เห็นโคลเวอร์ แอบแปลกใจแต่ก็ดีนะค่ะ.....ก็คุณเป็นคนดีนี้ค่ะ^^”
เสียงใสเอ่ยอย่างเป็นมิตร พร้อมกับแย้มยิ้มสดใส
วินด์เงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มนั้นก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความหงุดหงิด
.....เค้าไม่ค่อยชินกับที่มีคนมาเอ่ยชม....หรือยิ้มให้แบบนี้.....
.....มันชวนให้หงุดหงิด......
เพราะมัวแต่ก้มหน้าเลยไม่ได้สังเกตเห็นใบหน้าเศร้าที่ปรากฏบนดวงหน้าเล็ก......
ทั้งสองบินไปถึงบ้านไม้หลังหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากความวุ่นวาย
บ้านไม้ที่ล้อมไปด้วยธารน้ำใสมีสะพานไม้เล็กๆ เชื่อมอยู่
โคลเวอร์ร่อนลงที่หน้าประตูไม้โค้งด้านบน
ผิวสีหยกแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวนวลเช่นเดิม
เหลือสีเขียวเพียงเรือนผมนุ่มและดวงตาคู่โต
มือเล็กพยุงร่างของวินด์ ก่อนจะใช้มืออีกข้างเคาะที่ประตูไม้
แต่ยังไม่ทันที่จะได้สัมผัสผิวไม้ ประตูก็เปิดออก.....
“เข้ามาสิจ๊ะ....”
เสียงเชื้อเชิญดังขึ้นจากเด็กผู้หญิงผมสีม่วงยาวมีกอสามกออยู่บนศีรษะ
รอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหล่อน
ก่อนจะก้าวเดินนำแขกทั้งสองเข้ามาในบ้าน ดวงตาสีนิลมองอย่างระแวงสงสัยแต่ก็ต้องเดินตามไป
เพราะเด็กสาวที่พยุงตนอยู่เดินตามไปอย่างว่าง่าย
.....เฮ่อ.....อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดสินะ......ยังไงมันก็แค่ความฝัน.......
ทั้งคู่ถูกนำมานั่งบนโซฟาหนังสีดำ ภายในห้องสีดำ ที่แม้แต่ปล่องไฟอิฐก็ยังเป็นสีดำ
แล้วเด็กสาวผมม่วงก็เดินออกไปจากห้องนั้น โดยมีชายหนุ่มในผ้าคลุมสีดำก้าวเดินเข้ามาแทน
“เอาไปทำแผลกันเองนะครับ....แล้วเราจะคุยกับระหว่างนั้น”
ร่างสูงผู้มีฮูดสีดำปกคลุมใบหน้าเอ่ยพร้อมกับส่งกล่องปฐมพยาบาลให้
ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาหนังสีดำข้างๆ โคลเวอร์รับกล่องยามา
ลงมือทำแผลให้วินด์
แต่ฝ่ามือที่เปอะเปื้อนไปด้วยเลือดที่แห้งแข็งเป็นเกล็ดกลับยกขึ้นมาห้าม และดึงกล่องในมือเล็กไป
“ชักช้าน่ารำคาญ.....มีอะไรก็ว่ามา”
เสียงดุดังขึ้นจากผู้ป่วยที่ดื้อรื้อ ขณะที่เจ้าตัวกำลังพยายามทำแผลให้ตัวเองด้วยความยากลำบาก
......ก็เป็นแผลที่มือสองข้างเลยนี้น่า.....ยังจะทำเองอีก -*-.......
เด็กสาวทำแก้มป่องเล็กน้อยก่อนจะกระชากกล่องในมือผู้ป่วยมา
แล้วทำแผลให้อย่างหน้าระรื่นไม่สนใจเสียงที่เอ่ยบ่นออกมาสักนิด
“เฮ่อ.....ใครจะทำแผลให้ใครก็เอาเถอะครับ....ผมจะเริ่มพูดแล้วนะครับ”
เจ้าของบ้านเอ่ยอย่างเอือมระอา ยกมือเปิดหมวกฮูดออกพร้อมกับรับถ้วยชาจากเด็กสาวผมม่วง
วินด์หันมามองใบหน้าที่ถูกเผยออก
.....ถ้าจำไม่ผิด....คือเจ้าแว่นที่นั่งอยู่ข้างๆ ไอ้หน้าสวยนั้น......
.....รู้สึกจะชื่อ ธูป ???......
-....นกของคุณน่ารักดีนะ......ระวัง.....มันจะหายไปนะครับ.......-
.....หืม??.....
....จะว่าไป....
“พวกคุณคงทราบแล้วว่าผมเป็นใครคงไม่ต้องแนะนำตัวกันแล้ว......
เอาล่ะ....เท่าที่ผมทราบมาจากเทียน....รู้สึกว่าจะเกิดเหตุการณ์ประหลาดในบริเวณป่ารอบวิหารเทพ.....
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดไม่เว้นพวกภูติ....ถูกบางอย่างกลืนกิน....หลังจากที่รูปสลักธิดาสีทองถูกขโมยไป
.....ใช่มั้ยครับ คุณโคลเวอร์....”
หมอผีประจำเมืองเอ่ย พรางยกน้ำชาขึ้นดื่ม
ภูติน้อยโคลเวอร์พยักหน้าด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
ขณะที่กำลังพันผ้าพันแผลที่มือของวินด์อย่างเบามือ
พร้อมกับเริ่มใส่ยาลงบนแผลที่มืออีกข้าง
“ค่ะ.....ทุกๆ คนถูกพวกมันกินไปหมดแล้ว......
ตอนแรกๆ ป่ารอบวิหารเป็นที่อยู่ของพวกเราเหล่าภูติ
ถึงจะมีเผ่าปีกขาวหรือเผ่าปีกดำเข้ามาบ้างแต่เราก็อยู่ร่วมกันอย่างสงบเรื่อยมา.....
จนมีอยู่วันหนึ่ง เผ่าปีกขาวกับปีกดำเริ่มจะหายไปจากป่าวันละคน...สองคน
จนกระทั้งพวกเราไม่เห็นเผ่าปีกเข้ามาในป่าเลย
.....แล้วไม่นานภูติบางตนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ธรรมชาติในป่าไม้แห่งนี้เริ่มผิดปกติเพราะภูติที่คอยดูแลรักษาสมดุลหายไป
จนสามวันที่แล้ว.....พวกเราที่เหลืออยู่น้อยนิดได้เห็นรูปร่างที่แท้จริงของมัน
มันกินพวกเราเรื่อยมา....จนเหลือแค่โคลเวอร์คนเดียว....
.....ฮึก...ถ้า...คุณไม่มา....ช่วย....ฮึก....คงโดน....กินไปแล้ว....”
เสียงสะอื้นดังขึ้นเบาๆ น้ำตาหยดเล็กๆ ไหลลงบนผ้าพันแผลที่พึ่งจะพันเสร็จบนฝ่ามือแกร่ง
โคลเวอร์ตกใจไม่น้อยรนรานจะแก้ผ้าพันแผลแล้วพันให้ใหม่ แต่เสียงดุกลับดังขึ้นห้าม
“กับแค่น้ำตาหยดเล็กๆ แผลมันไม่เน่าหรอก”
วินด์ยกมือที่เป็นแผลลูบที่เรือนผมสีเขียวเข้มเบาๆ ก่อนจะหันไปคุยกับหนุ่มแว่นที่นั่งซดน้ำชาอย่างสบายใจ
“เป็นไปได้ว่า คนที่ขโมยAva.....อ่า ธิดาสีทองไป....จะเป็นคนๆเดียวกับที่สร้างสัตว์ประหลาดนั้นหรือป่าว”
......ขอสนุกกับความฝันบ้าๆ นี้หน่อยแล้วกัน......
“ครับ.....ผมก็คิดแบบนั้น คาดว่าคนร้ายคงทิ้งหลักฐานที่บ่งชี้ตัวไว้ที่วิหารจึงไม่อยากให้ใครรู้....ไม่ก็....ต้องมีภูติสักตนเห็นคนร้าย......”
“จะว่าไป.....”
เด็กหนุ่มทั้งสองหันไปทางต้นเสียงเล็ก โคลเวอร์แสดงสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะยกกำปั้นทุบลงบนฝ่ามือเบาๆ
“นึกออกแล้วค่ะ.....ก่อนหน้าที่พวกเผ่าปีกจะเริ่มหายตัวไป....
โคลเวอร์เห็นเผ่าปีกขาวคนหนึ่ง ขึ้นไปที่วิหารเทพค่ะ......
ใช่แล้วคน!! เค้าคนนั้นคือคนสุดท้ายที่เข้าไปข้างในค่ะ!!!”
“ถ้าเป็นอย่างที่คุณโคลเวอร์พูด....แสดงว่าคนร้ายคือพวกปีกขาว.....
แต่คงไม่อยู่ในเมือง ไม่เช่นนั้นพวกทหารก็ต้องเจอแล้ว....”
“ยังอยู่ในวิหารเทพสินะ.....”
“ครับ....”
ธูปตอบรับก่อนจะยันกายขึ้น ก้าวเดินไปหยุดตรงหน้าของแขกทั้งสอง
ในจังหวะนั้นเองภูติน้อยมีสีหน้าตกใจนิดๆ
วินด์ขมวดคิ้วมองตามไปที่เด็กสาวมองแต่ก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าตกใจ
“มองเห็นพวกภูติเท่านั้นเหรอครับ.......
เอาเป็นว่าผมมีวิธีไปที่วิหารเทพโดยไม่ต้องผ่านทางป่าสุดสยองนั้นแล้วกันครับ”
สิ้นคำพูดก็เกิดหลุมดำอยู่ข้างหลังทั้งคู่ ยังไม่ทั้งได้กระทำสิ่งใด
ทั้งโคลเวอร์และวินด์ก็ถูกดึงหายเข้าไปให้ความมืด
...................................
........................
“เหวอ!!!”
- ตุ๊บ!....-
ร่างสองร่างล่วงหล่นจากหลุมสีดำกลางอากาศ ทับร่างใหญ่ของชายผิวขาว
วินด์ยกมือกุมศีรษะก่อนจะเหลือบสายตาไปมองหมอผีหนุ่มที่ลอยร่อนลงสู่พื้นอย่างสวยงาม
.....ไอ้แว่น -*-......
“แกพามาที่ไหนเนี่ย -*-....”
วินด์คำรามเสียงออกมาอย่างหงุดหงิด บาดแผลที่ได้รับการกระทบกระเทือนเริ่มบวมปวดขึ้นแต่เจ้าตัวก็ยังอุตส่า
ยกร่างของเด็กสาวที่ยังไม่หายมึนออกจากร่าง
ก่อนจะพยุงตัวขึ้นโดยไม่แม้จะหันไปสนใจคนที่ตนหล่นมาทับเลยสักนิด
“รู้สึกว่าจะเป็นภายในวิหารเทพครับ.....จะว่าไปกลิ่นแถวนี้ไม่ดีเลยนะครับ....เหมือนกลิ่นเลือด...”
ธูปพึมพำออกมา ดวงตาคมภายใต้กรอบแว่นสีดำเหลือบไปทางเดินที่มืดมิด
“ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าเป็นใคร.....แต่ตอนนี้รีบหนีจะดีกว่า มีนักฆ่าของพวกปีกดำบุกมาที่น
ี่.....พวกเราผู้ดูแลวิหารพยายามขัดขวางแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล
....ตามข้ามา ก่อนที่เจ้านั้นจะตามมาทัน”
ชายร่างใหญ่ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเศษฝุ่นและคราบสีคล่ำ
เอ่ยอย่างร้อนรน ยันกายขึ้นมาเตรียมจะก้าวเดินนำอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญ
“ไม่ทันแล้วล่ะ.....”
เสียงทุ่มเอ่ยอย่างแช้มช้า ภาพเด็กหนุ่มที่คล้ายไอ้บ้ากังฟูในห้องสะท้อนอยู่ภายในดวงตาสีนิล
ฝ่ามือใหญ่ที่ห่อหุ้มด้วยเกาะสีดำกำท่อนเหล็กแน่น
หยดเลือดของเหยื่อผู้ดูแลที่น่าสงสารยังไหลหยดลงมาจากปลายอาวุธ
หนุ่มหน้าจีนหน้าซีดไปพอๆ กับภูติน้อยสีเขียว
หมอผีหนุ่มหยิบแผ่นยันต์ออกมาเตรียมรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า
“เราไม่ต้องการชีวิตของพวกท่าน.....แต่ช่วยส่งผู้กอบกู้มาให้แก่เรา”
เสียงแผ่วเบาดังจากหนุ่มกังฟู วินด์ยังคงนิ่งเฉย
กลอกสายตาควานหาสิ่งรอบข้างที่พอจะเป็นอาวุธได้บ้าง
.....เท่าที่เคยดูฝีมือเจ้านี้.....พอจะรับมือได้......
เด็กหนุ่มผมสีนิลตวัดเตะลวดเหล็กจากซากประหลักหักพังขึ้นมา
ก่อนจะกระโจนกายเข้าหาฟาดอาวุธในมือเต็มแรง
-เคร้ง!!-
เสียงเหล็กปะทะกันเสียงดัง ร่างของผู้เริ่มจู่โจมกระเด็นชนเข้ากับกำแพงอย่างจัง
เศษอิฐเศษปูนล่วงลงมาจากรอยร้าวที่เกิดขึ้น
.....ทำไม....แรงเยอะแบบนี้......
.....หึ......ลืมไปว่าอยู่ในความฝันของเรา......
.....ถ้าเป็นตามที่เคยคิด นักฆ่าแบบนี้เจ้าบ้านี้ก็เก่งสุดๆ สิฟ่ะ -*-......
“ในเมื่อไม่คิดจะมอบให้ดีๆ.....ก็ตาย!!!”
น้ำเสียงเหี้ยมดังขึ้นจากนักฆ่าหนุ่ม พร้อมกับท่อนเหล็กที่ตรงเข้ามาที่กลางศีรษะของวินด์
“อย่านะ!!!!”
ภูติน้อยกรี๊ดร้องแต่ก็ดูเหมือนนักฆ่าคนนั้นจะไม่หยุดมือเลย น้ำใสๆ หล่นลงจากดวงตาสีมรกตคู่งาม
ทางด้านปราสาทที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกทึบ ท่ามกลางแสงแดดที่สว่างจ่า
ภายในห้องที่มืดมิดมีร่างสองร่างในชุดหรูหราตามตำแหน่งของทั้งคู่
นอนอยู่บนพื้นที่ปูด้วยพรมสีแดงนุ่มหน้าบัลลังค์ซึ่งทำจากอัญมณีสีไพลิน
ที่มีร่างของเจ้าชายตัวเล็กนั่งอยู่ ความมืดของห้องบดบังใบหน้าขาวนวลซีดบนไว้
เผยให้เห็นเพียงริมฝีปากที่แย้มยิ้มบางๆ มือเรียวไล่ลูบไปตามรูปสลักสีทองบนโต๊ะข้างบัลลังค์
เปลือกตาบางบนใบหน้าขาวใสขององค์ชายปรือขึ้น
ความมืดที่สายตายังไม่คุ้นเคยทำให้องค์ชายเสียขวัญไม่น้อย
ยิ่งได้รับรู้ว่ามือของตนถูกพันธนาการอยู่ก็ยิ่งใจเสีย
“ที่นี่......ที่ไหน....”
“ยินดีต้อนรับครับ.....องค์ชายคีริล
......เอาไว้ทางเราหาตัวคนที่สามารถปลุกธิดาสีทองได้แล้ว
.....จะปล่อยคุณทั้งคู่ไปนะครับ”
น้ำเสียงนุ่มฟังดูอ่อนโยนดังขึ้น คีริลรีบหันไปตามต้นเสียง
ถึงแม้ว่าสายตาของเค้าจะเริ่มชินกับความมืดแล้ว
แต่ก็ยังไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้
.......ก็ใช่ว่าจะไม่ทราบว่าคนตรงหน้าเป็นใคร......
“เจ้าจับข้ากับน้องไอรินมาทำไม.....บอกจุดประสงค์ของเจ้ามาบัดนี้!!!”
เสียงใสตวาดลั่น เรียกเสียงขบขันจากผู้ที่ถูกไพ่เหนือกว่า
“ตอนแรกพวกผมคิดว่าพวกคุณคือผู้กอบกู้นี้ครับ
.....แต่รู้สึกจะไม่ใช่.....ช่วยอยู่เฉยๆ สมกับองค์ชายที่น่ารักหน่อยสิครับ
....แล้วพวกเราจะปล่อยตัวไป....โดยที่ยังครบ32....”
ยังไม่ทันได้เอ่ยจบ จู่ๆ รูปสลักของธิดาสีทองก็เปล่งแสงสว่างสีทองอร่ามขึ้น
เพียงชั่วขณะแสงนั้นก็ดับวูบไป รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้า
พอให้องค์ชายผู้ได้เห็นรู้สึกกลัวไม่น้อย
“รู้สึกว่า......จะเจอตัวจริงแล้วสิครับ...”
........................................
.........................
กลับมาที่ภายในวิหาร
ขณะที่ศีรษะกำลังจะรับแรงกระแทกมหาศาลนั้น
ร่างกายที่ร้าวด้านชาไร้เรี่ยวแรงก็มีออร่าสีทองแผ่กระจายออกมา
บาดแผลทั้งหมดหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ เรี่ยวแรงทั้งหมดกลับมาเหมือนเดิม
......ไม่สิต้องบอกว่ามากขึ้นกว่าเดิม
ขาแข็งแรงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วพาร่างกายหลบการโจมตีเพียงชั่ววินาที
รอยยิ้มปรากฏขึ้นจากผู้สังเกตการณ์เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มปลอดภัย
ยกเว้นหมอผีหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอะไรสักอย่าง
“ไม่น่าเชื่อว่าคนในคำทำนายจะปรากฏตัวแล้ว.....”
ผู้ดูแลวิหารที่เหลือรอดพูดออกมา ก่อนจะหน้าถอดสี
“อย่างนี้ก็ต้องรีบพาชายคนนั้นหนีสิ.....ไม่เช่นนั้น!!!”
“ผมเตรียมทางหนีแล้วครับ...”
ธูปเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะส่งภูติสีม่วงพุ่งตรงไปทางวินด์ที่กำลังหลบจากโจมตีอันดุเดือดของนักฆ่าหนุ่มอยู่
ร่างสูงสะดุ้งร่างเมื่อรู้สึกมีอะไรแทรกเข้ามาภายในร่างกาย
ตัวของวินด์ค่อยๆ จางหายไป เป็นจังหวะเดียวกับที่ธูปหมุนแผ่นยันต์ในมือ
หลุดสีดำปรากฏขึ้นใต้เท้าของชายชุดขาวและภูติน้อย
“แล้วพบกันใหม่....”
สิ้นน้ำเสียงเรียบ ทั้งสี่ก็หายไปจากวิหารอย่างไร้ร่องรอย .......
TBC..............................................
ยิ่งพิมยิ่งยาว.......(ยิ่งหาตอนจบไม่ได้= =)
กะจะจบตอนนี้แต่ถ้ายังทิ้งปริศนาไว้เยอะแยะมากมายก็กลัวว่าจะโดนดักเตะ= =
อ่านกันตาแชะหน่อยนะงับ^^
สัญญาว่าตอนหน้าตอนจบแระ......ถ้าไม่จบก็นอนยาวเกินไปแล้วลูกชายฉัน= =
แต่แปลกดีนะ อย่างตานี่ก็ช่วยคนอื่นที่ไม่ใช่ Ava เป็นด้วย
โคลเวอร์จังน่ารัก ชมตาวินด์ซะอายม้วนต้วนเลย
วินด์: ใครอายฟระ!!
แกล้งทำเป็นหงุดหงิด จริงๆแล้วเก๊าะเขินสาวช่ายมะล่า
ทำไมอ่านแล้วรุสึกวินด์มันแอบพระเอกยังไงมะรุ
ปากร้าย ตาขวาง ทำเป็นดุ แต่จริงๆแล้วใจดี
มีบทบู๊ด้วยเฮะ ไม่อยากบอกว่าเชียร์ฟานสุดใจขาดดิ้น
ฟาดเจ้าเด็กดื้อมันลงไปกองเล้ย ฮ่าๆๆ (พอมันตื่น จะตามมาฆ่าชั้นมั้ย?)
องค์ชายคีริล น่ารักอีกแล้วๆๆ >///< (แอบเคะด้วยล่ะ)
ลักษณะการพูดของตัวร้ายแอบถูกใจ เหมือนได้กลิ่นอายประหลาดๆ อธิบายไม่ถูก
เสียดายไม่เห็นหน้าเลยไม่รู้ว่าเป็นใคร เอาไว้จะตามอ่านต่อไปนะจ๊ะ
สู้ๆ ครบร้อยตอนเมื่อไหร่จะพาไปเลี้ยงข้าว อิอิ
#1 By Ayaya on 2008-06-22 00:32