การบ้าน 7 [จบ]

posted on 16 Jun 2008 21:51 by bloodrabbit

ถ้าคุณๆ ทั้งหลายที่หลงเข้ามา แล้วยังงงอยู่ว่า เรื่องราวเหล่านี้เป็นมายังไง

เชิญคุณๆ เหล่านั้น เข้าไปค้นหาความเป็นไปได้ ที่นี่ ...โรงเรียนลูกบาศก์ ของคุณCocon เลยงับ^^

 

 

การบ้าน 7 [1] 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ก็ยังเป็นวันที่ฝนตกอีกเช่นเคย...

 

นัยน์ตาสีนิลทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่า   เสียงเอ่ยสอนของผู้สูงวัยหน้าชั้นเป็นเพื่อเสียงที่ลอยผ่านหู 

เสียงซุบซิบ พูดคุยเบาๆ หรือเสียงแก๊กๆ จากรูบิกที่เคยรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้ยินกลับจากเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย

 

กระดาษข้อความไร้สาระที่นายจอมแหกกฎส่งมากวนโทสะถูกเปิดอ่านและวางทิ้งไว้บนโต๊ะ  ไร้การตอบโต้

ไร้ใบหน้าที่แสดงอารมณ์ไม่พอใจอย่างสุดขีด

 

ไม่มีแม้แต่ใบหน้าบูดยามเจ้านกน้อยบินไปเล่นกับผู้อื่นดั่งเช่นทุกครั้ง 

ไม่มีรอยยิ้มที่อิ่มอุ่นยามที่เจ้านกน้อยบินมาคลอเคลียมีเพียงรอยยิ้มบางๆ

กับดวงตาที่กลอกมาให้ความสนใจก่อนจะกลับไปมองสายฝนที่ตกลงมาไม่หยุด

 

 

บรรยากาศรอบตัวเด็กหนุ่มผู้เปรียบดังสายลมหนาวที่บ้าคลั่ง  กับกลายเป็นสายลมอ่อนที่แสนอ้างว้าง

 

จนกระทั้ง.....

หนุ่มน้อยผู้ได้ฉายา หนุ่มกังฟู ของห้องเดินอ้อมโต๊ะจากฝั่งประตู

มายังที่นั่งของหนึ่งในความแรงของห้องหลังจากที่อาจารย์ออกไปจากห้อง  

สายตาหลายคู่หันมามองการกระทำของหนุ่มกังฟูที่กำลังยืนอยู่ด้านข้างของตัวแทนความแรงฝ่ายชาย

 

เมื่อวันที่นายโดดมาช่วยนก.....ความรู้สึกมันเป็นยังไงเหรอ??......

แล้วๆ ตอนที่นายลอยตัวอยู่กลางอากาศและตวัดขาเตะลูกบอล   นายทำได้ยังไง???

เสียงเอ่ยถามอย่างสนใจ   ดวงตาที่เป็นประกายกับความอยากรู้อย่างเต็มเปี่ยม......จนน่าหมั่นไส้

เจ้านกน้อยที่เกาะอยู่บนไหล่กว้างพยายามไซ้ศีรษะกับแก้มองเจ้านายเมื่อรู้สึกว่าสีหน้าของเจ้านายเริ่มเปลี่ยนไป 

แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเมื่อคำพูดแรกของวันหลุดออกมาจากผู้ถูกถาม

 

น่ารำคาญ.....

คำกล่าวอย่างแช่มช้าดังขึ้นพร้อมกับแขนที่ตวัดฟาดเข้าที่ใบหน้าของคนน่ารำคาญ (ในสายตาวินด์) 

แต่ด้วยความชื่นชอบศิลปะการต่อสู้  ทำให้ฟานสามารถเบนตัวหันข้างหลบฝ่ามือที่ตรงมายังใบหน้าได้

ก่อนจะสวนกลับด้วยการฟาดหลังมือลงที่ศีรษะของอีกฝ่ายตามที่เคยดูในทีวี

 

วินด์ชักแขนที่ฟาดไปเมื่อครู่กลับตวัดขึ้นกระแทกด้านข้างมือกับหลังมือของอีกฝ่ายเพื่อให้ชะงัก 

พร้อมกับใช้สันมืออีกข้างดันกระแทกเข้าที่ท้องน้อยของคนน่ารำคาญ

 

อุก!!....

หนุ่มฟานถึงกับจุกเมื่อโดนเข้าที่ท้องน้อยเต็มๆ  เซเล็กน้อยก่อนจะยันตัวกับโต๊ะของคีริล

.....ซึ่งเจ้าของโต๊ะ....กำลังหลับ.........

 

Avaบินมาข้างอยู่หน้าของหนุ่มกังฟู   ขณะที่วินด์กำลังยืนขึ้นจากเก้าอี้   เพื่อนๆ เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาห้ามทั้งสองคน

......แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีพวกนึกสนุกมองอยู่ห่างๆ......

 

 

.....ไม่หรอก....ต้องบอกว่าขี้เกียจยุ่งมากกว่า........

 

 

 

......แต่ก็......ยังมีพวกที่สามารถหลับได้อยู่อีกเหมือนกัน..........

 

 

เฮ้ย!!   อย่าทะเลาะกัน!!!”

เสียงตวาดดังขึ้นจากหนุ่มบ้านนอกผู้รักความเป็นธรรม  ไผ่รีบวิ่งมาดูอาการของฟานที่ยังกุมมือที่ท้องน้อย  กัดฟันแน่น.....ดูอาการไม่ดีเลย

 

 

เพื่อนกันๆ อย่าทะเลาะกันเลย......มีไรค่อยๆ คุยกันก็ได้

 

อีเพสสิมิ๊สซึ๊ม!!~.....รู้มั้ยว่าแกกำลังขัดขวางเวลาเม้าท์ของเดี้ยนกับแฝดของนังเจสอยู่น่ะ!! 

ถ้าจะไปฆ่ากันก็ไปไกลๆ ตีนนู่น!!!”

 

คำพูดของไทยที่พยายามจะห้ามกลับโดนแพทแทรกซะจมหายไป 

นัยน์ตาดุเหลือบไปมองตัวแทนความแรงฝ่ายหญิง   ที่คุณเธอก็ส่งสายตาจิกกัดกลับมาไม่แพ้กัน

 

มองหน้าคนสวยหาเรื่องหรือไงเคอะ....มองหน้าวอนตีนเดี๋ยวเดี้ยนก็ฟาดกลับด้วยตีนหรอกเคอะ

คุณเธอไม่พูดเปล่ากางกงเล็บที่อาบด้วยสีส้มสดราวกับนางพญาแห่งแสงอาทิตย์

 

ก่อนที่บรรยากาศจะเลวร้ายไปมากกว่านี้  ธีที่นั่งอยู่ข้างๆ ตัวเจ้าปัญหาก็ลุกขึ้นล็อกสายลมนิ่งที่กำลังจะกลับมาบ้าคลั่งเอาไว้ก่อน

 

ใจเย็นก่อนสิ.....เราก็ไม่รู้ว่านายหงุดหงิดอะไรมา   แต่จะมาลงที่ไอ้ฟานหรือยัยแพทก็ไม่ถูกนะเฟ้ย....

เด็กหนุ่มนักกีฬาบาสเอ่ยตักเตือนเจ้าคนที่ยืนนิ่งอย่างน่าตกใจยอมให้ผู้อื่นล็อกแขนไว้  ใบหน้านิ่งเฉยค่อยๆ

เงยขึ้นมองเจ้าแว่นหน้าคล่ำ  ทำเอาคนถูกจ้องสะดุ้ง  จังหวะนั้นเองแขนข้างหนึ่งของวินด์ก็หลุดออกจากพันธนาการ  

จัดการงัดมือที่พันธนาการแขนอีกข้างออก  แต่รู้สึกว่าธีจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

 

ขณะที่กำลังยื้อดึงกันอยู่ดีๆ จู่ๆ วินด์ก็ชกเข้าที่แก้มคล่ำจนอีกฝ่ายหน้าหันไปอีกข้าง ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนๆ

เมื่อแขนหลุดจากการจับกุม  เด็กมีปัญหาก็ก้าวขาเดินออกไปจากห้องแต่ก่อนจะถึงประตู   เสียงตวาดอย่างเหลืออดก็ดังขึ้น 

พร้อมกับกำปั่นที่กระแทกเข้าที่แก้มของวินด์

 

ชักจะมากไปแล้วนะ!!!.......มันจะไร้เหตุผลเกินไปแล้ว  นายคิดว่าจะลงไม้ลงมือกับใครก็ได้งั้นเหรอ

เย้เยทำท่าจะชกอีกรอบเมื่อคนตรงหน้าทำหน้าไม้ใส่ใจ 

แต่แล้วคำพูดบางอย่างของหนุ่มเจ้าของลักยิ้มเป็นมิตรทำหนึ่งคนชะงัก หนึ่งคนนิ่งไป

 

วินด์ก็มีสาเหตุและเหตุผลของเค้านะเย้เย

 

 

สาเหตุ???

นายเย้เยทวนคำถามผิดกับ วินด์ที่คิ้วขมวดเข้าหากันจนเกือบผูกเป็นโบได้

.....เจ้านั้นพูดถึงอะไร.....

 

......สาเหตุ.....เหตุผล.....

 

.....หรือว่าตอนนั้น.....มันตื่นอยู่!!!......

 

 

ถ้าไม่อยากกลับไปนอนโรงบาลอีกรอบ ก็หุบปากไปซะ!!”

เสียงตะคอกดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยม  ดวงตาสีนิลแข็งกร้าวขึ้น

 

บ่งบอกให้รู้ว่าคำขู่นั้นอาจจะเป็นจริงได้ถ้าไทยยังหลุดคำพูดออกไป.......

 

มุมมองด้านลบที่เริ่มชัดเจนขึ้นทำเอาโรคเก่าของเย้เยกำเริบ  แต่ก่อนที่จะกำเริบจนรั้งไม่อยู่ ก็มีมือๆ หนึ่ง

มากระตุกที่ชายเสื้อของนายกรินทร์  ใบหน้าคมอย่างชาวยุโรปหันไปข้างหลังแต่ก็ไม่พบเห็นว่าใครมากระตุกเสื้อของตน

....หรือว่าจะเป็น......

 

ก่อนที่เย้เยจะคิดไปไกลกว่านี้  เพื่อนๆ ที่อยู่แถวนั้นก็ชี้ให้เย้เยมองต่ำลงสักนิด  ทำให้พอที่จะเห็นใบหน้าสวยที่แย้มยิ้มมาให้

 

มองซะสูงเลยนะครับ....ระวังจะตกลงมาเจ็บนะครับ

วาจาราบเรียบแต่แฝงด้วยความนัยแปลกๆ แต่ยังไม่ทันทีเย้เยจะหายงง  เจ้าตัวเล็กก็เดินเลยไปอยู่ตรงหน้าของนายรวินท์ 

พร้อมกับเจ้านกน้อยสีเหลืองที่นั่งตัวสั่นอยู่บนแขนเรียว  รอยยิ้มหวานยังคงปรากฏบนใบหน้าสวย

 

นกของคุณน่ารักดีนะ......ระวัง.....มันจะหายไปนะครับ

 

แกหมายความว่าไง??

วินด์เอ่ยถามเสียงเหี้ยม   แสดงสีหน้าดุยิ่งขึ้นแต่นายกรวิทย์ลับเมินหน้าหนีไปสนใจเจ้านกน้อยบนท่อนแขน 

ยกฝ่ามือขาวลูบขนสีเหลืองนุ่มอย่างอ่อนโยน........มั้ง.....

 

นั้นสินะครับ.....หมายความว่ายังไงนะ

เจ้าของใบหน้าสวยไม่ตอบแถมยังทวนคำถามจากคนหน้าดุ  ราวกับกำลังยั่วโมโหอย่างสุภาพ

 

อย่ามายอกย้อน

 

ยอกย้อน ?? ........ยังไงครับ....ผมก็แค่ตอบ เองนะครับ

ดวงตาสีดำแกมน้ำเงินแย้มยิ้มตาปิด  ก่อนที่ผลของการกวนประสาทจะสัมฤทธิ์ผล 

เจ้านกน้อยก็ส่งเสียงร้องสูงปริ๊ดออกมากะจะให้กระจกหน้าต่างร้าวกันเลยทีเดียว 

ทำเอาวินด์ที่กำลังจะยกพระบาทมาประทับที่หน้าของเจ้าหน้าสวยตรงหน้าชะงักไป 

พอๆ กับที่ทั้งห้องยกมือปิดหูกันเป็นแถบ

 

วิ๊นด์!!!!!!!”

มือแกร่งรีบคว้าร่างน้อยออกจากแขนเล็กของเจ้าเตี้ยหน้าสวยโดยทันที 

ท่อนขาแข็งแรงก้าวเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว 

พอให้ใครๆ ได้ยินเสียงร้องแหลมใสดังก้องเป็นเสียงEchoมาจากทางเดิน

 

 

ห้าว!~  เมื่อกี้เสียงอะไรเหรอครับ??

แมวน้ำประจำห้องผงกศีรษะขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ  ยกมือป้องปากห้าวออกมาเบาๆ

ก่อนจะขยี้ตามองไปรอบห้อง  อย่างมึนๆ  มองเพื่อนๆ บางคนที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใช่บริเวณโต๊ะของตัวเอง 

กับบางคนที่ยังมีท่าทางปวดหูอยู่ไม่น้อยและหนุ่มฟานที่กำลังถูกไผ่กับไทยแบกไปเป็นเหยื่อรายแรกของห้องพยาบาล

 

 

เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ??

คีริลหันไปถามจอมแหกกฎข้างๆ ที่กำลังนั่งอ่านการ์ตูนอยู่

 

วินด์อาละวาดน่ะ   แล้วเจ้านกนั้นก็ร้องซะเสียงแหลมเจ้านั้นเลยหยุดแต่ตอนนี้ออกไปแล้วสงสัยจะไปดาดฟ้ามั้ง....

 

อ่าว.....แล้วคุณรู้ได้ยังไงครับว่าวินด์อยู่บนดาดฟ้า???

 

ไม่รู้เหมือนกันอย่าถามเลย

 

 

จะว่าไป....ผมยังปลูกถั่วเขียวไม่เสร็จเลย!!!......ขอตัวก่อนนะครับ

ว่าแล้วแมวน้ำน้อยก็รีบวิ่งไปยังดาดฟ้าตามที่พ่อมดจอมแหกกฎได้ล่วงรู้มา

.....แล้วเจ้าสายลมคลั่งจะมีอารมณ์ปลูกถั่วเขียวเร้อ ~........

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หายสั่นแล้วเหรอAva.....

เสียงทุ่มดังขึ้นอย่างอ่อนโยนท่ามกลางกระแสลมอ่อนที่พัดพา   เมฆาขาวปุกปุยลอยบดบังแสงอาทิตย์

พอไม่ให้สองชีวิตบนดาดฟ้าแห้งตายไปเสียก่อน  วินด์ลูบขนสีเหลืองนุ่มอย่างเบามือ ใบหน้าคมคายสลดลงเล็กน้อย

 

ขอโทษนะAva.....แต่......ขอเวลาหน่อยแล้วกัน

ศีรษะเล็กๆ ถูไปมากับฝ่ามืออุ่น  เรียกรอยยิ้มบางๆ ให้ปรากฏบนใบหน้าของเจ้าของ......คนที่สอง

 

 

แต่ขณะที่บรรยากาศกำลังดีๆ อยู่นั่นเอง  ประตูทางเข้าก็เปิดออกเรียกให้สายตาดุหันไปจับจ้อง

 

คุณวินด์ครับไปปลูกถั่วกัน!!!!”

เด็กหนุ่มลูกครึ่งร่างเล็ก  ยืนยิ้มอยู่หน้าประตูตะโกนเรียกคู่ปลูกถั่วของตัวเองให้ไปทำงานต่อ  

แต่อีกฝ่ายกลับหันไปทางทิศเดิมราวกับไม่สนใจ   ทำเอาแมวน้ำน้อยหน้ายุ่งไปก่อนจะก้าวเดินเข้าไปใกล้

 

ไปรดน้ำพรวนดินหน่อยก็ดีนะ....เดี๋ยวถั่วที่ปลูกไว้ก็ตายหรอกครับ

 

 

ก็ช่างมันสิ

 

 

ช่างมันได้ยังไงครับ   มันเป็นโครงงานที่ต้องส่งนะครับ.....กลุ่มอื่นก็ส่งกันไปหมดแล้ว   ผมกับคุณยังไม่...

 

 

แกก็ไปปลูกมันคนเดียวสิ!!!”

เสียงตวาดแทรกขึ้น   คีริลนิ่งไปเล็กน้อยกับท่าทางเกรี้ยวกราดของคู่ปลูกถั่ว 

....ชักอยากจะร้องเพลง หมอกจางๆ และควันของป้าเบิร์ด......

 

 

......ผมเดาอารมณ์คนๆ นี้ไม่ถูก = =..........

 

 

ผมจะไปปลูกต่อคนเดียวก็ได้.....แต่ว่าผมพึ่งรู้ว่าคุณเป็นคนแบบนี้.....

 

 

ผู้ชายที่ทิ้งงานที่ตนต้องรับผิดชอบ....ไม่ใช่ลูกผู้ชายหรอกครับ

ดวงตาสีนิลเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำกล่าวที่คล้ายคลึงกันยามอดีต

.....หมดความอดทนกับเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้......นี่นะรึลูกผู้ชาย......

 

ไปสิ...

เสียงพึมพำดังออกจากปากของคนเจ้าอารมณ์  เรียกให้ใบหน้าของหนุ่มลูกครึ่งหันไปมองอย่างสงสัย 

ไม่ทันไรเจ้าคนเดาอารมณ์ยากก็เดินผ่านแมวน้ำไปตรงไปยังทางประตู

 

 

มัวแต่ยืนเอ๋ออยู่ได้จะไปปลูกถั่วไม่ใช่เหรอ???

 

 

ครับ ~”

 

 

 

 

ระหว่างที่กำลังเดินลงบันไดวินด์ก็นึกอะไรขึ้นมาได้

................นกของคุณน่ารักดีนะ......ระวัง.....มันจะหายไปนะครับ............

 

 

ไม่น่าไว้วางใจ.........

 

นายไม่ต้องช่วยฉันปลูกก็ได้เกะกะ

 

 

อ่าว!.....แล้วให้ผมทำอะไรล่ะครับ ???

 

 

ดูแลAva.....ถ้าAvaเป็นอะไรไปฉันจะฆ่าแก!!!”

 

 

 

ครับ...~_~#”

 

 

 

(Ruii ชักขี้เกียจแระถีบไปให้วินด์บรรยายเนื้อเรื่องต่อแล้วกันนะงับ^^)

 

 

2 - 3วันผ่านไป  ผมกับเจ้าแมวน้ำนั้นก็ช่วยกันปลูกถั่วเขียวในกระบะไม้   ถ้าบอกตามตรงก็คงเป็นผมที่ปลูกอยู่คนเดียว

....ก็ถ้าให้เจ้านั้นช่วยสงสัยจะได้เริ่มปลูกใหม่กันหลายรอบ -*- ......

 

เจ้านั้นสอนAvaร้องเพลงด้วยระหว่างที่นั่งดูผมปลูก   เค้าบอกว่าถ้าร้องเพลงให้ต้นไม้ที่เรากำลังปลูกฟังมันจะโตเร็วขึ้น.....

 

....ผมก็เคยได้ยินนะ......แต่มันจะจริงเร้อ -*-.......

 

 

เท่าที่เคยอ่านต้นถั่วเขียวที่โตเต็มทีก็ใช้เวลาปลูกราวๆ 60 70 วันได้   ประมาณสองเดือน

.....ไม่ไหวๆ   แค่โตเป็นถั่วต้นลีบๆ ยาวๆ ก็พอแล้วมั้ง.....

 

.....ผ.อ. คงไม่กะเอาถั่วเขียวที่นักเรียนปลูกไปทำถั่วเขียวต้มน้ำตาลอยู่แล้วล่ะ......มั้ง -*-.........

 

 

พอประมาณวันที่ 4 พวกผมก็เอากระบะไม้ที่เต็มไปด้วยลำต้นสีขาวขุ่นลีบๆ มีใบสีเขียวอ่อนประดับแต่ละต้นพอให้รู้ว่าเป็นต้นถั่วเขียวไปส่ง   เป็นอันจบภารกิจ

 

การบ้านเสร็จซะที......

 

 

 

 

 

จบไปแล้วอีก1= =

จะพยายามปั่นที่เหลือให้หมดนะงับ>.< 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไอ้เราเองก็ไม่อยากกลับไปนอนโรงพยาบาลหรอกนะ
แต่ถ้านายมีเรื่องอะไรที่เราสามารถช่วยได้ก็บอกมา
อย่างน้อยเราก็เคยประสบเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันมาก่อน

...

เราเข้าใจนาย
เราถึงอยากจะช่วยนายให้หลุดพ้นจากกำแพงที่นาย
กำลังสร้างขึ้นมา...

มันไม่ยากหรอกวินด์
ทุบมันซัก 2-3 ครั้งเดี๋ยวมันก็พังแล้ว
ตอนนี้เราปีนข้ามมันมาแล้ว

มีอะไรก็บอกเล่าให้เราฟังแล้วกัน
เพราะว่านายคงไม่ไว้ใจใคร

นอกจากคนที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลในวันนั้น
และรับรู้เรื่องราว ที่น่าสงสารอยู่เต็ม 2 หู

...

#1 By Thai-Cubic on 2008-06-16 22:35

สำหรับการบ้านชิ้นนี้
ขอมอบรางวัลการกระจายบทยอดเยี่ยมเลย
เขียนถึงตัวละครได้หลายตัว แถมประชันบทบาทตามนิสัยตัวเองได้ดี
พอวันนี้ผมใจสบายมาอ่านได้ไม่ต้องพะวงเวลา
เลยรู้สึกเหมือนได้อ่านการ์ตูนมันส์ๆเลยครับ

วินด์ดูมีบทบาทมากขึ้นแบบนี้ น่าเอาไปเล่นต่อดีนะ
ส่วนตอนนี้ผมจะรอดูการบ้านตอนต่อไปดีกว่่าbig smile

#2 By โคค่อน on 2008-06-16 22:54

ยาวจุใจ~♡

อืม..ส่วนตัวแล้ว คิดว่าปัญหาของวินด์คงยากที่จะมีใครเข้าใจจริงๆ ก็เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานนี่เนอะ
มันซับซ้อนในแบบที่น่าค้นหา แต่ก็ไม่ถึงกับปิดบังจนมองไม่เห็น

หากรั้นจะใช้มือทุบกำแพง ความพยายามอาจสูญเปล่าและตัวเองก็ต้องเจ็บ
แต่ถ้านิ่งเฉยไม่ทำอะไร ก็เท่ากับยอมอยู่กันคนละโลก

เพราะฉะนั้น..
หาอาวุธดีๆมาทลายกำแพง หรือรอให้เจ้าตัวข้ามมาเองจะดีกว่า (กรณีหลังคงยากกกกก ลาก ก.ไก่ไปอีก 3 หน้า~)

วินด์วางใจขนาดให้คีคุงดูแลนกสุดรักสุดหวงให้..หมายความว่ายังไงกันเอ่ย?
ฮะๆๆ มีเมตตาต่อสัตว์เป็นพิเศษ เลยเหมารวมแมวน้ำเข้าไปด้วยเหรอ กร๊ากกก >///<

*หลบคัตเตอร์อิงฟ้ากับสปาต้าฆ่ามังกรที่มันเขวี้ยงมา*

คิดจะฆ่าชั้น เร็วไปล้านปีแสงย่ะ พ่อสายลมหวน เอิ๊กๆ

ps. คีคุงน่ารักมากค่ะ สอน Ava ร้องเพลงด้วย อยากรู้จังว่าเพลงอะไร อิอิ

เม้นท์มาซะยาวยืด เพิ่งรู้ตัวว่าลืมพูดเรื่องถั่ว สายไปแล้วสินะ -"- การบ้านถั่ว..แต่ดันมาเม้นท์ยั่วอารมณ์หลานชาย

รักวินด์เสมอ และจะรักตลอดไป จุ๊ฟๆ ไปล่ะ เดี๋ยวโดนมันเสย!!

#3 By Ayaya on 2008-06-17 00:01

อ้า

ผมคงร้องเพลงของพี่เบิร์ดไม่เป็น

งงนิด ๆ ฮะ
แต่ก็สนุกดีเหมือนกัน big smile

#4 By Kyril on 2008-06-17 00:03

สนุกจังเลยค่ะ ~ confused smile

#5 By [ i ]Rin on 2008-06-17 00:22

อ่านสนุกดีครับ รอบนี้ได้เห็นเพื่อนๆหลายคนเลย ว่าแต่ทำไมเราโดนต่อยฟระ
นายวินด์นี่ มีแต่เรื่องแฮะ เกือบได้มีเชียรืมวยกันหน้าห้องแร้วมิล่ะ

เล่นบท แรงๆเยอะเรยแฮะ ชอบๆ
โอ้โห ถึงบทหนูปอที่โผล่มาด้วยอาการนอกสายตานี่มัน... กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

(มีการหัวเราะเยาะเย้ยลูกตัวเองอีก คนเรา...)

แอบรู้สึกว่าปอคงเป็นอีกคนนึงที่วินด์ไม่กล้าหือด้วยล่ะมั้ง? ทำไมกันน้า~~~ (ทำไม มะม๊ามันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก)

#8 By melody in the world of the tale on 2008-07-07 13:33