การบ้าน 7 [จบ]
posted on 16 Jun 2008 21:51 by bloodrabbitถ้าคุณๆ ทั้งหลายที่หลงเข้ามา แล้วยังงงอยู่ว่า เรื่องราวเหล่านี้เป็นมายังไง
เชิญคุณๆ เหล่านั้น เข้าไปค้นหาความเป็นไปได้ ที่นี่ ...โรงเรียนลูกบาศก์ ของคุณCocon เลยงับ^^
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้ก็ยังเป็นวันที่ฝนตกอีกเช่นเคย…...
นัยน์ตาสีนิลทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างว่างเปล่า เสียงเอ่ยสอนของผู้สูงวัยหน้าชั้นเป็นเพื่อเสียงที่ลอยผ่านหู
เสียงซุบซิบ พูดคุยเบาๆ หรือเสียงแก๊กๆ จากรูบิกที่เคยรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้ยินกลับจากเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย
กระดาษข้อความไร้สาระที่นายจอมแหกกฎส่งมากวนโทสะถูกเปิดอ่านและวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ไร้การตอบโต้
ไร้ใบหน้าที่แสดงอารมณ์ไม่พอใจอย่างสุดขีด
ไม่มีแม้แต่ใบหน้าบูดยามเจ้านกน้อยบินไปเล่นกับผู้อื่นดั่งเช่นทุกครั้ง
ไม่มีรอยยิ้มที่อิ่มอุ่นยามที่เจ้านกน้อยบินมาคลอเคลียมีเพียงรอยยิ้มบางๆ
กับดวงตาที่กลอกมาให้ความสนใจก่อนจะกลับไปมองสายฝนที่ตกลงมาไม่หยุด
บรรยากาศรอบตัวเด็กหนุ่มผู้เปรียบดังสายลมหนาวที่บ้าคลั่ง กับกลายเป็นสายลมอ่อนที่แสนอ้างว้าง
จนกระทั้ง.....
หนุ่มน้อยผู้ได้ฉายา ‘หนุ่มกังฟู’ ของห้องเดินอ้อมโต๊ะจากฝั่งประตู
มายังที่นั่งของหนึ่งในความแรงของห้องหลังจากที่อาจารย์ออกไปจากห้อง
สายตาหลายคู่หันมามองการกระทำของหนุ่มกังฟูที่กำลังยืนอยู่ด้านข้างของตัวแทนความแรงฝ่ายชาย
“เมื่อวันที่นายโดดมาช่วยนก.....ความรู้สึกมันเป็นยังไงเหรอ??......
แล้วๆ ตอนที่นายลอยตัวอยู่กลางอากาศและตวัดขาเตะลูกบอล นายทำได้ยังไง???”
เสียงเอ่ยถามอย่างสนใจ ดวงตาที่เป็นประกายกับความอยากรู้อย่างเต็มเปี่ยม......จนน่าหมั่นไส้
เจ้านกน้อยที่เกาะอยู่บนไหล่กว้างพยายามไซ้ศีรษะกับแก้มองเจ้านายเมื่อรู้สึกว่าสีหน้าของเจ้านายเริ่มเปลี่ยนไป
แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเมื่อคำพูดแรกของวันหลุดออกมาจากผู้ถูกถาม
“น่ารำคาญ.....”
คำกล่าวอย่างแช่มช้าดังขึ้นพร้อมกับแขนที่ตวัดฟาดเข้าที่ใบหน้าของคนน่ารำคาญ (ในสายตาวินด์)
แต่ด้วยความชื่นชอบศิลปะการต่อสู้ ทำให้ฟานสามารถเบนตัวหันข้างหลบฝ่ามือที่ตรงมายังใบหน้าได้
ก่อนจะสวนกลับด้วยการฟาดหลังมือลงที่ศีรษะของอีกฝ่ายตามที่เคยดูในทีวี
วินด์ชักแขนที่ฟาดไปเมื่อครู่กลับตวัดขึ้นกระแทกด้านข้างมือกับหลังมือของอีกฝ่ายเพื่อให้ชะงัก
พร้อมกับใช้สันมืออีกข้างดันกระแทกเข้าที่ท้องน้อยของคนน่ารำคาญ
“อุก!!....”
หนุ่มฟานถึงกับจุกเมื่อโดนเข้าที่ท้องน้อยเต็มๆ เซเล็กน้อยก่อนจะยันตัวกับโต๊ะของคีริล
.....ซึ่งเจ้าของโต๊ะ....กำลังหลับ.........
Avaบินมาข้างอยู่หน้าของหนุ่มกังฟู ขณะที่วินด์กำลังยืนขึ้นจากเก้าอี้ เพื่อนๆ เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาห้ามทั้งสองคน
......แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีพวกนึกสนุกมองอยู่ห่างๆ......
.....ไม่หรอก....ต้องบอกว่าขี้เกียจยุ่งมากกว่า........
......แต่ก็......ยังมีพวกที่สามารถหลับได้อยู่อีกเหมือนกัน..........
“เฮ้ย!! อย่าทะเลาะกัน!!!”
เสียงตวาดดังขึ้นจากหนุ่มบ้านนอกผู้รักความเป็นธรรม ไผ่รีบวิ่งมาดูอาการของฟานที่ยังกุมมือที่ท้องน้อย กัดฟันแน่น.....ดูอาการไม่ดีเลย
“เพื่อนกันๆ อย่าทะเลาะกันเลย......มีไรค่อยๆ คุยกันก็ได้”
“อีเพสสิมิ๊สซึ๊ม!!~.....รู้มั้ยว่าแกกำลังขัดขวางเวลาเม้าท์ของเดี้ยนกับแฝดของนังเจสอยู่น่ะ!!
ถ้าจะไปฆ่ากันก็ไปไกลๆ ตีนนู่น!!!”
คำพูดของไทยที่พยายามจะห้ามกลับโดนแพทแทรกซะจมหายไป
นัยน์ตาดุเหลือบไปมองตัวแทนความแรงฝ่ายหญิง ที่คุณเธอก็ส่งสายตาจิกกัดกลับมาไม่แพ้กัน
“มองหน้าคนสวยหาเรื่องหรือไงเคอะ....มองหน้าวอนตีนเดี๋ยวเดี้ยนก็ฟาดกลับด้วยตีนหรอกเคอะ”
คุณเธอไม่พูดเปล่ากางกงเล็บที่อาบด้วยสีส้มสดราวกับนางพญาแห่งแสงอาทิตย์
ก่อนที่บรรยากาศจะเลวร้ายไปมากกว่านี้ ธีที่นั่งอยู่ข้างๆ ตัวเจ้าปัญหาก็ลุกขึ้นล็อกสายลมนิ่งที่กำลังจะกลับมาบ้าคลั่งเอาไว้ก่อน
“ใจเย็นก่อนสิ.....เราก็ไม่รู้ว่านายหงุดหงิดอะไรมา แต่จะมาลงที่ไอ้ฟานหรือยัยแพทก็ไม่ถูกนะเฟ้ย....”
เด็กหนุ่มนักกีฬาบาสเอ่ยตักเตือนเจ้าคนที่ยืนนิ่งอย่างน่าตกใจยอมให้ผู้อื่นล็อกแขนไว้ ใบหน้านิ่งเฉยค่อยๆ
เงยขึ้นมองเจ้าแว่นหน้าคล่ำ ทำเอาคนถูกจ้องสะดุ้ง จังหวะนั้นเองแขนข้างหนึ่งของวินด์ก็หลุดออกจากพันธนาการ
จัดการงัดมือที่พันธนาการแขนอีกข้างออก แต่รู้สึกว่าธีจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
ขณะที่กำลังยื้อดึงกันอยู่ดีๆ จู่ๆ วินด์ก็ชกเข้าที่แก้มคล่ำจนอีกฝ่ายหน้าหันไปอีกข้าง ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนๆ
เมื่อแขนหลุดจากการจับกุม เด็กมีปัญหาก็ก้าวขาเดินออกไปจากห้องแต่ก่อนจะถึงประตู เสียงตวาดอย่างเหลืออดก็ดังขึ้น
พร้อมกับกำปั่นที่กระแทกเข้าที่แก้มของวินด์
“ชักจะมากไปแล้วนะ!!!.......มันจะไร้เหตุผลเกินไปแล้ว นายคิดว่าจะลงไม้ลงมือกับใครก็ได้งั้นเหรอ”
เย้เยทำท่าจะชกอีกรอบเมื่อคนตรงหน้าทำหน้าไม้ใส่ใจ
แต่แล้วคำพูดบางอย่างของหนุ่มเจ้าของลักยิ้มเป็นมิตรทำหนึ่งคนชะงัก หนึ่งคนนิ่งไป
“วินด์ก็มีสาเหตุและเหตุผลของเค้านะเย้เย”
“สาเหตุ???”
นายเย้เยทวนคำถามผิดกับ วินด์ที่คิ้วขมวดเข้าหากันจนเกือบผูกเป็นโบได้
.....เจ้านั้นพูดถึงอะไร.....
......สาเหตุ.....เหตุผล.....
.....หรือว่าตอนนั้น.....มันตื่นอยู่!!!......
“ถ้าไม่อยากกลับไปนอนโรงบาลอีกรอบ ก็หุบปากไปซะ!!”
เสียงตะคอกดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยม ดวงตาสีนิลแข็งกร้าวขึ้น
บ่งบอกให้รู้ว่าคำขู่นั้นอาจจะเป็นจริงได้ถ้าไทยยังหลุดคำพูดออกไป.......
มุมมองด้านลบที่เริ่มชัดเจนขึ้นทำเอาโรคเก่าของเย้เยกำเริบ แต่ก่อนที่จะกำเริบจนรั้งไม่อยู่ ก็มีมือๆ หนึ่ง
มากระตุกที่ชายเสื้อของนายกรินทร์ ใบหน้าคมอย่างชาวยุโรปหันไปข้างหลังแต่ก็ไม่พบเห็นว่าใครมากระตุกเสื้อของตน
....หรือว่าจะเป็น......
ก่อนที่เย้เยจะคิดไปไกลกว่านี้ เพื่อนๆ ที่อยู่แถวนั้นก็ชี้ให้เย้เยมองต่ำลงสักนิด ทำให้พอที่จะเห็นใบหน้าสวยที่แย้มยิ้มมาให้
“มองซะสูงเลยนะครับ....ระวังจะตกลงมาเจ็บนะครับ”
วาจาราบเรียบแต่แฝงด้วยความนัยแปลกๆ แต่ยังไม่ทันทีเย้เยจะหายงง เจ้าตัวเล็กก็เดินเลยไปอยู่ตรงหน้าของนายรวินท์
พร้อมกับเจ้านกน้อยสีเหลืองที่นั่งตัวสั่นอยู่บนแขนเรียว รอยยิ้มหวานยังคงปรากฏบนใบหน้าสวย
“นกของคุณน่ารักดีนะ......ระวัง.....มันจะหายไปนะครับ”
“แกหมายความว่าไง??”
วินด์เอ่ยถามเสียงเหี้ยม แสดงสีหน้าดุยิ่งขึ้นแต่นายกรวิทย์ลับเมินหน้าหนีไปสนใจเจ้านกน้อยบนท่อนแขน
ยกฝ่ามือขาวลูบขนสีเหลืองนุ่มอย่างอ่อนโยน........มั้ง.....
“นั้นสินะครับ.....หมายความว่ายังไงนะ”
เจ้าของใบหน้าสวยไม่ตอบแถมยังทวนคำถามจากคนหน้าดุ ราวกับกำลังยั่วโมโหอย่างสุภาพ
“อย่ามายอกย้อน”
“ยอกย้อน ?? ........ยังไงครับ....ผมก็แค่ ‘ตอบ’ เองนะครับ”
ดวงตาสีดำแกมน้ำเงินแย้มยิ้มตาปิด ก่อนที่ผลของการกวนประสาทจะสัมฤทธิ์ผล
เจ้านกน้อยก็ส่งเสียงร้องสูงปริ๊ดออกมากะจะให้กระจกหน้าต่างร้าวกันเลยทีเดียว
ทำเอาวินด์ที่กำลังจะยกพระบาทมาประทับที่หน้าของเจ้าหน้าสวยตรงหน้าชะงักไป
พอๆ กับที่ทั้งห้องยกมือปิดหูกันเป็นแถบ
“วิ๊นด์!!!!!!!”
มือแกร่งรีบคว้าร่างน้อยออกจากแขนเล็กของเจ้าเตี้ยหน้าสวยโดยทันที
ท่อนขาแข็งแรงก้าวเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
พอให้ใครๆ ได้ยินเสียงร้องแหลมใสดังก้องเป็นเสียงEchoมาจากทางเดิน
“ห้าว!~ เมื่อกี้เสียงอะไรเหรอครับ??”
แมวน้ำประจำห้องผงกศีรษะขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ยกมือป้องปากห้าวออกมาเบาๆ
ก่อนจะขยี้ตามองไปรอบห้อง อย่างมึนๆ มองเพื่อนๆ บางคนที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใช่บริเวณโต๊ะของตัวเอง
กับบางคนที่ยังมีท่าทางปวดหูอยู่ไม่น้อยและหนุ่มฟานที่กำลังถูกไผ่กับไทยแบกไปเป็นเหยื่อรายแรกของห้องพยาบาล
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ??”
คีริลหันไปถามจอมแหกกฎข้างๆ ที่กำลังนั่งอ่านการ์ตูนอยู่
“วินด์อาละวาดน่ะ แล้วเจ้านกนั้นก็ร้องซะเสียงแหลมเจ้านั้นเลยหยุดแต่ตอนนี้ออกไปแล้วสงสัยจะไปดาดฟ้ามั้ง....”
“อ่าว.....แล้วคุณรู้ได้ยังไงครับว่าวินด์อยู่บนดาดฟ้า???”
“ไม่รู้เหมือนกันอย่าถามเลย”
“จะว่าไป....ผมยังปลูกถั่วเขียวไม่เสร็จเลย!!!......ขอตัวก่อนนะครับ”
ว่าแล้วแมวน้ำน้อยก็รีบวิ่งไปยังดาดฟ้าตามที่พ่อมดจอมแหกกฎได้ล่วงรู้มา
.....แล้วเจ้าสายลมคลั่งจะมีอารมณ์ปลูกถั่วเขียวเร้อ ~........
“หายสั่นแล้วเหรอAva.....”
เสียงทุ่มดังขึ้นอย่างอ่อนโยนท่ามกลางกระแสลมอ่อนที่พัดพา เมฆาขาวปุกปุยลอยบดบังแสงอาทิตย์
พอไม่ให้สองชีวิตบนดาดฟ้าแห้งตายไปเสียก่อน วินด์ลูบขนสีเหลืองนุ่มอย่างเบามือ ใบหน้าคมคายสลดลงเล็กน้อย
“ขอโทษนะAva.....แต่......ขอเวลาหน่อยแล้วกัน”
ศีรษะเล็กๆ ถูไปมากับฝ่ามืออุ่น เรียกรอยยิ้มบางๆ ให้ปรากฏบนใบหน้าของเจ้าของ......คนที่สอง
แต่ขณะที่บรรยากาศกำลังดีๆ อยู่นั่นเอง ประตูทางเข้าก็เปิดออกเรียกให้สายตาดุหันไปจับจ้อง
“คุณวินด์ครับไปปลูกถั่วกัน!!!!”
เด็กหนุ่มลูกครึ่งร่างเล็ก ยืนยิ้มอยู่หน้าประตูตะโกนเรียกคู่ปลูกถั่วของตัวเองให้ไปทำงานต่อ
แต่อีกฝ่ายกลับหันไปทางทิศเดิมราวกับไม่สนใจ ทำเอาแมวน้ำน้อยหน้ายุ่งไปก่อนจะก้าวเดินเข้าไปใกล้
“ไปรดน้ำพรวนดินหน่อยก็ดีนะ....เดี๋ยวถั่วที่ปลูกไว้ก็ตายหรอกครับ”
“ก็ช่างมันสิ”
“ช่างมันได้ยังไงครับ มันเป็นโครงงานที่ต้องส่งนะครับ.....กลุ่มอื่นก็ส่งกันไปหมดแล้ว ผมกับคุณยังไม่...”
“แกก็ไปปลูกมันคนเดียวสิ!!!”
เสียงตวาดแทรกขึ้น คีริลนิ่งไปเล็กน้อยกับท่าทางเกรี้ยวกราดของคู่ปลูกถั่ว
....ชักอยากจะร้องเพลง หมอกจางๆ และควันของป้าเบิร์ด......
......ผมเดาอารมณ์คนๆ นี้ไม่ถูก = =..........
“ผมจะไปปลูกต่อคนเดียวก็ได้.....แต่ว่าผมพึ่งรู้ว่าคุณเป็นคนแบบนี้.....”
“ผู้ชายที่ทิ้งงานที่ตนต้องรับผิดชอบ....ไม่ใช่ลูกผู้ชายหรอกครับ”
ดวงตาสีนิลเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำกล่าวที่คล้ายคลึงกันยามอดีต
.....หมดความอดทนกับเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้......นี่นะรึลูกผู้ชาย......
“ไปสิ...”
เสียงพึมพำดังออกจากปากของคนเจ้าอารมณ์ เรียกให้ใบหน้าของหนุ่มลูกครึ่งหันไปมองอย่างสงสัย
ไม่ทันไรเจ้าคนเดาอารมณ์ยากก็เดินผ่านแมวน้ำไปตรงไปยังทางประตู
“มัวแต่ยืนเอ๋ออยู่ได้จะไปปลูกถั่วไม่ใช่เหรอ???”
“ครับ ~”
ระหว่างที่กำลังเดินลงบันไดวินด์ก็นึกอะไรขึ้นมาได้
................นกของคุณน่ารักดีนะ......ระวัง.....มันจะหายไปนะครับ............
ไม่น่าไว้วางใจ.........
“นายไม่ต้องช่วยฉันปลูกก็ได้เกะกะ”
“อ่าว!.....แล้วให้ผมทำอะไรล่ะครับ ???”
“ดูแลAva.....ถ้าAvaเป็นอะไรไปฉันจะฆ่าแก!!!”
“ครับ...~_~#”
(Ruii ชักขี้เกียจแระถีบไปให้วินด์บรรยายเนื้อเรื่องต่อแล้วกันนะงับ^^)
2 - 3วันผ่านไป ผมกับเจ้าแมวน้ำนั้นก็ช่วยกันปลูกถั่วเขียวในกระบะไม้ ถ้าบอกตามตรงก็คงเป็นผมที่ปลูกอยู่คนเดียว
....ก็ถ้าให้เจ้านั้นช่วยสงสัยจะได้เริ่มปลูกใหม่กันหลายรอบ -*- ......
เจ้านั้นสอนAvaร้องเพลงด้วยระหว่างที่นั่งดูผมปลูก เค้าบอกว่าถ้าร้องเพลงให้ต้นไม้ที่เรากำลังปลูกฟังมันจะโตเร็วขึ้น.....
....ผมก็เคยได้ยินนะ......แต่มันจะจริงเร้อ -*-.......
เท่าที่เคยอ่านต้นถั่วเขียวที่โตเต็มทีก็ใช้เวลาปลูกราวๆ 60 – 70 วันได้ ประมาณสองเดือน
.....ไม่ไหวๆ แค่โตเป็นถั่วต้นลีบๆ ยาวๆ ก็พอแล้วมั้ง.....
.....ผ.อ. คงไม่กะเอาถั่วเขียวที่นักเรียนปลูกไปทำถั่วเขียวต้มน้ำตาลอยู่แล้วล่ะ......มั้ง -*-.........
พอประมาณวันที่ 4 พวกผมก็เอากระบะไม้ที่เต็มไปด้วยลำต้นสีขาวขุ่นลีบๆ มีใบสีเขียวอ่อนประดับแต่ละต้นพอให้รู้ว่าเป็นต้นถั่วเขียวไปส่ง เป็นอันจบภารกิจ
การบ้านเสร็จซะที......
จบไปแล้วอีก1= =
จะพยายามปั่นที่เหลือให้หมดนะงับ>.<
แต่ถ้านายมีเรื่องอะไรที่เราสามารถช่วยได้ก็บอกมา
อย่างน้อยเราก็เคยประสบเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันมาก่อน
...
เราเข้าใจนาย
เราถึงอยากจะช่วยนายให้หลุดพ้นจากกำแพงที่นาย
กำลังสร้างขึ้นมา...
มันไม่ยากหรอกวินด์
ทุบมันซัก 2-3 ครั้งเดี๋ยวมันก็พังแล้ว
ตอนนี้เราปีนข้ามมันมาแล้ว
มีอะไรก็บอกเล่าให้เราฟังแล้วกัน
เพราะว่านายคงไม่ไว้ใจใคร
นอกจากคนที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลในวันนั้น
และรับรู้เรื่องราว ที่น่าสงสารอยู่เต็ม 2 หู
...
#1 By Thai-Cubic on 2008-06-16 22:35