ค่าอุปการะโรงเรียนโรงเรียนลูกบาศก์วิทยาค่ะ^^
posted on 21 Apr 2008 18:33 by bloodrabbit
(แอบแก้ไขนิดหน่อยนะงับ เพราะพอมาเขียนการบ้านที่ 4
จึงเห็นว่าแอบมีนักเรียนใหม่รุ่นแรกอยู่ด้วย....ตั้ง2คนแนะ= =)
ณ หน้าทางเข้าโรงเรียนลูกบาศก์
ในตอนเช้ามืดของวันเปิดเรียนวันแรก ขณะที่ยามเฝ้าหน้าประตูกำลังแอบงีบหลับ
ได้มีเงาร่างสีดำโผล่พ้นใบหน้าออกมาจากเสาไฟฟ้าแถวนั้น
ขาเรียวค่อยๆ ย่องออกมาจากที่ซ่อนโบกมือผ่านใบหน้าเหี้ยมเพื่อความแน่ใจว่าอีกฝ่ายหลับสนิท
ก่อนจะล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากเสื้อคลุมสีดำแล้ววางกรงเหล็กขนาดเล็กซึ่งมีลูกนกตัวน้อยขนสีเหลืองอ่อนเงางาม
กำลังหลับสบายไว้บนตักของยามคนนั้นอย่างเบามือจากนั้นจึงรีบก้าวขากลับไปยังที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
......ทีนี้......มาดูปฏิกิริยาของพวกเด็กๆ กันดีกว่า~.........
เวลา 6.00 น.
......คิคิคิ....เริ่มมีนักเรียนมากันแล้วสินะ.....แต่ทำไมก็มีบางคนเดินผ่านไปโดยไม่สนใจเลยล่ะ - -.....
....คุณยามยังแอบหลับอยู่เลย......ดูท่าทางจะยังไม่รู้ตัวด้วยว่ามีอะไรอยู่บนตัก........
....อ่ะ!! เหยื่อ เอ้ย!! ไม่ใช่.....เด็กนักเรียนคนนั้นเริ่มสนใจสัตว์เลี้ยงของฉันแล้ว.......
.....เอ๊ะ....จะว่าไปเป็นของฉันก็ไม่ถูกนะ........เรื่องนั้นช่างมันเถอะ!!!......
......มาดูปฏิกิริยาของเด็กคนนี้กันดีกว่า.......
“ลุงยามครับ.....ลุงยามครับ.....”
เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งดูท่าทางแข็งแรงกำลังพยายามปลุกคุณลุงยามหน้าประตูอยู่
ชายวัยกลางค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาจากการงีบหลับพร้อมกับดวงตากลมเล็กของเจ้านกน้อยที่ลืมขึ้นตามมา
“หาววว~ ขอบใจมากนะพ่อหนุ่มที่ช่วยปลุก.....แล้วอย่าไปบอกใครล่ะ”
ยามคนนั้นพูดเสียงเบาให้เค้ากับเด็กคนนั้นได้ยินกันแค่สองคน แต่ที่ฉันได้ยินด้วยคงเป็นเพราะ...... นิสัยทั่วไปของแม่บ้านล่ะค่ะ คิคิคิ........
.....แต่แอบหลับเนี่ย....ไม่ไหวเลยนะลุงค่ะ........
ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ดูมีเชื้อสายคนจีนอยู่ไม่น้อย ปรากฏรอยยิ้มแห้งๆขึ้นจนเห็นรอยลักยิ้มที่แก้มข้างขวา
“วันหลังก็ระวังหน่อยแล้วกันนะครับ.......ว่าแต่ นั้นนกของลุงเหรอครับ”
ดวงตาชั้นเดียวจับจ้องไปที่นกน้อยในกรงเหล็ก ใบหน้าของชายสูงวัยกว่าแสดงออกถึงความงุนงง
ก่อนจะเหลือบมองตามสายตาของเด็กหนุ่ม ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นดวงตากลมๆ สีดำเงยขึ้นมามองตน
“เหวอ!!! อีหยังเจานกตัวนี้มันมาได้ยังไง!!!”
ท่าทางตกอกตกใจของคนตรงหน้าทำเอาคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เด็กคนนั้นจึงวิสาสะเอื้อมมือไปเปิดประตูกรงออก
เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ้านกน้อยจึงกระโดดไปเกาะที่นิ้วเรียวขาวอย่างรู้งานเด็กหนุ่มไล่สายตาไปตามขนสีเหลืองงามเหมือนจัดวางไว้ทั่วตัวนั้น
“ดูแล้วน่าจะเป็นนกฟินซ์นะครับ จากลักษณะภายนอกถ้าไม่รวมสีขนนะ....ดูยังไงก็น่าจะถูกเลี้ยงมานานแล้วนะครับ ดูเข้ากับคนได้ดีที่เดียวเลย.....ไม่ใช่ของลุงจริงๆ เหรอ”
เด็กหนุ่มว่าพรางลูบศีรษะเล็กๆ อย่างเบามือ เจ้านกน้อยก็ไซร้หัวอย่างออดอ้อน
“คงจะมีคนมาวางทิ้งไว้......สงสัยต้องให้เจ้านกนี้อยู่ตรงนี้ไปก่อนแล้วล่ะ เอาไว้ตอนเย็นลุงค่อยเอาไปให้ตำรวจก็แล้วกัน”
ยามคนนั้นว่าพรางรับร่างน้อยจากมือของนักเรียนคนนั้น
“งั้นผมไปก่อนนะครับ ลาล่ะเจ้านกน้อยหาเจ้าของเจอไว้ๆ ล่ะ”
เด็กคนนั้นไหว้ลุงยามคนนั้น ลูบหัวลาเจ้านกน้อย 2-3 ทีก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปภายในโรงเรียน
เมื่อนักเรียนคนแรกเดินจนลับสายตาไป ฉันจึงเริ่มสอดส่องหาเด็กคนอื่นที่จะมาสนใจในสิ่งที่ฉันทิ้งไว้
และแล้วก็มีเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังก้าวเดินมา เอ๊ะ......อากาศก็ไม่ร้อนนี้น่า ฝนก็ไม่ตกด้วย......
.....แล้วเด็กคนนั้นถือร่มมาทำไม???.......
“ว้าว~ นกน่ารักจังเลยค่ะ ของคุณลุงยามเหรอค่ะ??”
เธอคนนั้นกล่าวถาม ดวงตาสดใสภายใต้กรอบแว่นเพ่งมองไปที่เจ้านกน้อยสีเหลืองที่เกาะอยู่นอกที่ซี่กรงเหล็ก
สิ่งมีชีวิตตัวน้อยกระโดดไปเกาะที่บ่าของผู้จ้องมองมันก่อนจะเอาศีรษะน้อยๆ ถูๆ กับผิวแก้มเนียนใสของเด็กหญิง
เรียกรอยยิ้มเอ็นดู เสียงหัวเราะน้อยๆ ดังขึ้นเมื่อหล่อนเริ่มรู้สึกจักจี้ มือบางยกขึ้นไปให้ขาเล็กเกาะก่อนจะส่งคืนลุงยาม
“เอาไว้จะมาเล่นด้วยใหม่ ไปก่อนนะ~”
เด็กหญิงว่าพรางโบกมือให้ก่อนจะเดินจากไปโดยมีร่มประจำกายพาดบ่าอยู่
.....ช่างเป็นเด็กที่แปลกดีจริงๆ .......
ฉันคิดก่อนจะเหลือบมองสีหน้าของยามคนนั้นที่ดูจะเริ่มคุ้นเคยกับเจ้านกน้อยของฉัน
.....ก็แน่สิ....เจ้านกตัวนั้นมันออกจะขี้อ้อนขนาดนั้น.......
ว่าแล้วก็เริ่มมีนักเรียนหลายๆ คนหันมามองลุงยามซึ่งกำลังเล่นกับเจ้านกตัวน้อยที่กระโดดไปมาพร้อมกับส่งเสียงใสขับร้องออกมาราวกับกำลังร้องเพลง
-โครม!!-
ทุกสายตาหันไปทางต้นเสียงรวมไปถึงฉันด้วย เมื่อเศษฝุ่นเริ่มซาลง (ไม่ถึงขนาดนั้นนั้นหรอกค่ะ^^*)
เด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายจากการโดนประทุษร้ายจากก้อนหินก้อนเล็กแถวนั้น (อันนี้ฉันคิดเองนะค่ะ.....ก็มันไม่มีอย่างอื่นน่าสะดุดล้มนอกจากก้อนหินก้อนจิ๋วก้อนนั้นนี้ค่ะ)
ค่อยๆ ยันกายขึ้นมาจากพื้น รอบกายของเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยหนังสือที่ล้มอีเหละเขะขะไปทั่ว
.....ฉันก็อยากจะไปช่วยเธอนะพ่อหนุ่มน้อย.......แต่ฉันปรากฏตัวให้เธอเห็นไม่ได้........
มือขาวๆ พยายามควานหาแว่นไร้กรอบสีฟ้าที่หล่นอยู่ตรงหน้าอย่างร้อนรน
เมื่อเห็นดังนั้นเหล่านักเรียนในบริเวณนั้นจึงวิ่งมาช่วยหนุ่มแว่นคนผู้กำลังลำบาก
.....ฉันล่ะปลื้มใจกับน้ำใจของเด็กไทยเสียจริง......
.....รู้สึกว่าพวกเค้าจะรู้จักกันด้วยนะ สงสัยจะอยู่ห้องเดียวกัน......
......แต่ดูท่าทางเด็กแว่นคนนั้นจะเป็นคนจริงจังนะ ดูสิสีหน้าเครียดเชียว ก้มหน้าขอโทษขอโพยทุกคนใหญ่เลย ชะอุ้ย!! เจ้านกน้อยไปทำอะไรที่บ่าของเด็กคนนั้นกัน.......
“อะ.....อย้า~.....เครี๊ยด~.....เล๊ย~....”
เจ้านกน้อยขับร้องออกมาเป็นคำพูดเสียงแหลมใส ทำเอานักเรียนกลุ่มนั้นถึงกับตกใจใหญ่เลย
.....มันเป็นคำพูดที่.......เจ้านกนี้มันจะร้องออกมาเวลาอยู่กับเจ้านายจริงๆ
ของมันล่ะค่ะ^^........
.....ซึ่งแน่นอน.....พูดเป็นอยู่ประโยคเดียว........
“โห!! นกตัวนนี้พูดได้ด้วยอ่า”
เด็กสาวตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันสวมแว่นกรอบสีดำร้องออกมาอย่างตื่นเต้นไม่ต่างจากเพื่อนๆ ในบริเวณนั้นเท่าไร
เจ้านกน้อยยังคงเชิดจะงอยปากของมันขึ้นก่อนจะร้องประโยคเดิมหากแต่โทนเสียงสูงกว่าตอนแรกยิ่งนัก
“น่ารักจังเลย~”
เด็กหญิงหน้าตาใจดีเจ้าของทรงผมแปลกประหลาดที่เกล้าผมเป็นก้อนอะไรสักอย่างกลมๆ เอ่ยชม
จังหวะเดียวกับที่เจ้านกสีเหลืองกระโดดจากบ่าของหนุ่มแว่น ไปดูบนนิ้วเรียวขาวนวลของเด็กหญิงคนนั้น
.......แหม่.....เห็นคนหน้าตาน่ารักเป็นไม่ได้เลยนะ......ไอ้เจ้านกอ้วน......
“ดูท่าทางมันจะเชื่องดีนะ”
เสียงทุ่มดังขึ้นราบเรียบจากเด็กหนุ่มผมดำขลับยาวรุงรังมัดลวกๆ ไปข้างหลังเหมือนพวกหนุ่มเซ่อๆ
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเจ้านกน้อยหันมาพร้อมกับเอียงคอให้อย่างน่ารัก
“นั้นสิ....”
“นกของใครอ่ะไอริน???”
คำเอ่ยถามดังขึ้นจากเด็กหนุ่มหน้าใสอย่างดาราญี่ปุ่น รูปร่างสูงโปร่งเยี่ยงนายแบบ
......โอ้ย....คุณแม่ขอกรี๊ดได้มั้ยค่ะ>o<.......
“ไม่รู้สิจ๊ะ....สานรู้มั้ยจ๊ะ?”
“มะ...ไม่รู้เหมือนกันครับ”
“รู้สึกจะบินมาจากยามคนนั้นนะ.....”
น้ำเสียงเฉยเมยดังจากเด็กสาวรูปร่างสูงโปร่ง มีรูปร่างที่ดูเป็นสาวกว่าเด็กหญิงคนอื่นๆ ที่ฉันเคยเห็น
นิ้วเรียวขาวนวลชี้ไปที่ลุงยามที่กำลังแย้มยิ้มจ้องมองมา ก่อนที่เธอจะเดินจากไป
“งั้นหนูคืนให้นะค่ะ”
เด็กหญิงท่าทางใจดีส่งร่างน้อยสีเหลืองให้ลุงยามหน้าประตู ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกับไปตามทางของตน
......นับๆ ดูแล้วก็ 9 คนแล้วสินะ.......
.......นี้ก็หกโมงครึ่งแล้วสิ.......จะทันในเช้าวันนี้มั้ยนะ.......
“งืบๆ.....งัมๆ....”
เสียงงึมงำดังขึ้นเริ่มความสนใจของฉันให้หันไปมอง เด็กหญิงคนหนึ่งกำลังเดินโซซัดโซเซดูสะลึมสะลือจะหลับมิหลับแหล
.......ตายแล้ว......จะล้มไปนอนกับพื้นไหมเนี่ย......
ขณะที่เด็กคนนั้นกำลังเซเดินผ่านลุงยาม เจ้านกน้อยก็บินจากบ่าของลุงยามไปเกาะที่บ่าของเด็กหญิงพร้อมกับจิกเบาๆ ไปที่คางมนที่แอบมีคราบน้ำลายไหลเล็กน้อย(ที่ฉันพอจะสักเกตุเห็น)
ราวกับกำลังพยายามปลุกให้สาวเจ้าตื่น ซึ่งดูเหมือนจะได้ผลเมื่อดวงตาลิบหรี่เหลือบมองอะไรแหลมๆ ที่กำลังจิ้มๆ อยู่ที่คาง
รอยยิ้มราวเพ้อฝันแย้มขึ้นบนใบหน้าเมื่อรู้ว่าเป็นอะไรก่อนจะลูบที่ศีรษะน้อยๆ และปิดตาลงไปอีกครั้ง
พร้อมกับเดินจากไปด้วยลักษณะการเดินที่เหมือนเดิม ปีกสีเหลืองกระพือขึ้นปีกไปเกาะที่บ่าของลุงยามเช่นเดิม
.....ฉันหวังว่า.....เด็กคนนั้นคงไปถึงห้องเรียนโดยไม่ไปสลบที่ไหนก่อนนะ = =.......
.....อ่ะ.......คราวนี้เดินกันมาเป็นกลุ่มเลยแฮะ.......หรือว่าบังเอิญเดินมาในเวลาเดียวกันนะ.......
......นี้ก็หกโมงสี่สิบห้าแล้วนี้นะ......เวลาปกติของการมาโรงเรียน........
.....คงอาจจะต้องยกเว้นนักเรียนที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียน - -.......
กลุ่มเด็กนักเรียนที่เดินมาพร้อมกันแต่ไกล ถ้านับไล่ตั้งแต่คนที่อยู่ใกล้สายตาฉันมากที่สุด
ก็คงเป็นเด็กหญิงรูปร่างดีไม่อ้วนไม่ผอม ผมยาวเกือบถึงกลางหลังชอบรวบผมต่ำๆแบบลวกๆ หน้าใสมากๆ
ตาโตสีดำสนิทอีก แต่ที่สะดุดตาที่สุดคงจะเป็นไฝเล็กๆที่ลำคอขาวๆ ของเธอ
ถัดไปทางซ้ายก็เป็นเด็กหนุ่มผิวออกคล้ำที่สูงมากน่าจะประมาณ 180 ได้
รูปร่างเหมือนพวกนักบาสแต่ขนาดตัวเล็กกว่า ผมสีน้ำตาลอ่อน ทรงผมคล้ายทรงรองทรงยาวถึงคอเสื้อบวกกับแว่นหนาเตอะ
ทำให้เด็กคนนี้ดูเป็นเด็กเรียนยังไงไม่รู้สิ
ถัดไปข้างหลังเล็กน้อยก็คงเป็นเด็กผู้หญิงที่ตัวสูงเอาการถ้าเทียบกับคนอื่นๆ รูปร่างผอม
แต่ไม่ใช่หนังหุ้มกระดูกผมยาวสไลซ์ หน้าม้าซอยปิดคิ้ว หน้าแอบเหมือนสาวจีน หรือญี่ปุ่น
ดูจากรูปร่างและหน้าตาแล้วก็ดูเป็นคนตรงๆ เอาเรื่องเหมือนกัน
ทางขวาถัดไปเป็นเด็กหญิงผมยาวสีดำปล่อยยาว บนหัวมีผมกระดกขึ้นมาสามกอ ตาสีดำชั้นเดียวแบบสาวหมวยแท้ เป็นเด็กที่......อย่าให้บอกเลยว่ากระดานยังอาย.....
คนสุดท้ายซึ่งอยู่ข้างหลังสุด คือเด็กชายผมสั้น ผิวคล้ำนิดๆ เป็นนักกีฬากล้ามสมส่วน คิ้วเข้มหน้าไทย.......ดูจะเป็นคนไทยแท้ที่สุดที่เคยเห็นมาแล้วล่ะค่ะ^^
.....อ่ะ เด็กคนแรกกำลังจะผ่านเจ้านกน้อยแล้ว.......
และด้วยนิสัยที่ไม่รู้ว่าเจ้านกนี้ไปร่ำเรียนมาจากไหนเท่าที่ดู เห็นเด็กผู้หญิงเป็นไม่ได้เลยต้องปีกไปเกาะบ่าเค้า
เด็กคนนี้ก็เช่นกัน
“เอ๋.....นกจากไหนนะ....”
เด็กคนนั้นอุทานออกมาเบาๆ พร้อมกับยกมือเนียนขึ้นให้ร่างน้อย
เจ้าตัวเล็กเริ่มเอียงคอมองเด็กสาวทางซ้ายทีขวาทีอย่างน่าเอ็นดู เรียกเสียงหัวเราะน้อยๆ ดังจากเจ้าหล่อนได้อย่างน่ารัก
“นกสีเหลืองเหรอ.....แปลกจังเลยนะ.....ของเธอเหรอ อ๊า.....ฟองคลื่นใช่มั้ยครับ”
เด็กหญิงสะดุดตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงดังจากด้านข้าง เด็กหนุ่มร่างสูงกำลังจับจ้องไปที่เจ้าตัวน้อยสีเหลืองสีแปลกตา
“นั้นสิเนอะ เห็นแล้วนึกถึงเพลงของคาราวานเลยนะครับ”
เสียงพูดที่ฟังดูเหน่อนิดๆ ดังจากเด็กหนุ่มหน้าไทยซึ่งยืนอยู่อีกข้างหนึ่ง เท่าที่ฉันสังเกตเด็กหญิงคนนั้นดูประหม่าขึ้นมาทันที
“เพลงนั้นมันเก่ามากแล้วนะ......”
“อืมๆ ใช่ๆ เห็นแล้วรู้สึกเหมือนนกในการ์ตูนสยองขวัญเรื่อง.......”
“ขอตัวก่อนนะค่ะ!!!!”
ยังไม่ทันทีเด็กหญิงเจ้าของปอยผมสามหน่อบนหัวกับเด็กสาวร่างสูงอีกคนที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ตรงหน้าเธอตั้งแต่เมื่อไหร่จะพูดจบ
เด็กหญิงขี้อายก็รีบวิ่งออกไปจากตรงนั้นทันที
“อ้าวๆ สงสัยเธอจะกลัวที่พวกนายจู่ๆ ก็ไปคุยด้วยล่ะมั้ง.......ไม่รีบไปขอโทษล่ะ”
เด็กหญิงพูดเสียงราบเรียบ ใบหน้าเล็กกระตุกรอยยิ้มแปลกๆ ขึ้น หากแต่คงไม่น่าสนใจเท่าคำพูดของเจ้าหล่อน
เด็กหนุ่มสองคนหน้าเหวอไปเล็กน้อยก่อนจะวิ่งไปตามทางที่เด็กคนนั้นวิ่งไป
“งั้นฉัน....ก็ต้องรีบไปขอโทษด้วยสิ!!!”
เด็กหญิงร่างสูงพึมพำออกมาราวกับพึ่งนึกได้ ก่อนจะออกวิ่งตามไป
เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ เมื่อลับแผ่นหลังของคนทั้งสอง ทำเอาเจ้านกน้อยรีบบินกลับไปเกาะที่บ่าของลุงยาม จนกระทั้งเด็กหญิงที่มีออร่าแปลกๆ จะเดินไปจากบริเวณหน้าประตู
........เด็กคนนั้น.....ดูน่ากลัวยังไงไม่รู้สิ........
......ตายแล้ว!!! เจ็ดโมงแล้วสิ.....ยังขาดอีก 5 คน......
......อ่ะ มีเด็กเดินผ่านมาแล้ว........
คราวนี้เป็นเด็กผู้ชายสองคนกำลังเดินคุยกันอยู่ เด็กผู้ชายตัวเล็กผมชี้ฟูไม่เป็นทรง
กับเด็กน้อยตัวเล็กตาสีน้ำตาลเข้ม ผมสีน้ำตาลยาวประมาณระต้นคอหน้าตาบอกถึงความโชตะอย่างเด่นชัด แต่ที่รู้ๆ ตอนนี้ฉันต้องใช้ความอดทนถึงที่สุด
.......จะเอากลับบ้าน>o...............
หลังจากที่ฉันสงบสติอารมณ์เรียบร้อยแล้ว ก็หันมาสังเกตทั้งคู่อีกครั้ง
เด็กน้อยทั้งสองเดินผ่านเจ้านกน้อยไปคงด้วยเพราะกำลังคุยกันอยู่ด้วยละมั้ง แต่ไอ้เจ้านกนี้สิ.......
......ตอนนี้....แกจะไม่ไปเกาะแกะตัวผู้เลยใช่มั้ยย่ะ -*-.........
แต่แล้วสายตาอันเฉียบคมของฉันก็หันไปเห็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินมาพอดี ใบหน้าเล็กขาวมน
ผิวขาวราวกับไม่เคยต้องกับแสงแดดใดๆ เส้นผมสีดำเหลือบสีน้ำเงินเช่นเดียวกับดวงตากลมโตดูไร้เดียงสา
ลักษณะภายนอกที่ดูรวมๆ แล้วดูราวกับตุ๊กตาฝรั่งเศสที่ถูกประดิษฐ์สร้างจนเป็นผลงานชั้นเยี่ยม
......ชักอยากเอาตุ๊กตาตัวนี้กลับบ้านแล้วสิ คิคิคิ........
......แต่ต้องท่องไว้ว่า.....เพื่อลูกๆ ห้ามปรากฏตัวไปลักเด็กเค้าเด็ดขาด= =.........
......โรงเรียนนี้มีแต่เด็กน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย~........
เอ๊ะ?!......แล้วทำไมไอ้นกอ้วนนั้นมันไปเกาะที่บ่าของเด็กคนนั้นล่ะ
ฉันแอบนึกหมั่นไส้สัตว์เลี้ยงตัวกลมเมื่อขาเล็กๆ ไปเกาะอยู่บนบ่าเล็กของเด็กน้อยคนนั้น
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเหลือบมองร่างกลมๆ สีเหลืองก่อนจะแย้มยิ้มหวานออกมา
.......อ๊าก.....ขอละลายตายตอนนี้ก็ยอม!!!........
แต่ทำไม......ถึงรู้สึกถึงรังสีแปลกๆ จะเด็กคนนั้นล่ะ........
แต่ดูเหมือนเจ้านกอ้วนก็รู้สึกเหมือนกัน มันรีบกระพือปีกไปเกาะที่บ่าของลุงยามเช่นเดิม
ฉันแอบสังเกตเห็นร่างเล็กๆ นั้นสั่นเครือราวกับกำลังกลัว
.....เกิดอะไรขึ้น???.......
“เอาไว้ถ้าได้เจอกันอีก จะมาเล่นด้วยนะครับ”
เสียงนุ่มใสกล่าวขึ้นพร้อมกับชะโงกใบหน้าที่ยังแย้มยิ้มอยู่เข้าใกล้เจ้านกน้อย แล้วเดินจากไป
......ถึงจะแอบน่ากลัว......แต่ก็ยังอยากเอากลับบ้านอยู่ดีนั้นแหละค่า~........
“หืม.....นกตัวนี้มันเป็นอะไรไปเหรอครับ สั่นใหญ่เชียว”
น้ำเสียงทุ่มต่ำดังขึ้นอย่างอ่อนโยนทำเอาฉันหลุดจากผะวังแอบมองเจ้าของเสียงนั้น
เป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่มองจากมุมของฉันแล้วให้ความรู้สึกเหมือนหมีดำยังไงก็ไม่รู้สิค่ะ
“ไม่รู้สิครับ พอเจ้านี้บินไปเกาะเด็กคนที่ผ่านไปนู่นแล้วกลับมาก็สั่นใหญ่เลยครับ”
ลุงยามเอ่ยด้วยน้ำเสียงแกมเป็นห่วง เด็กหนุ่มร่างยักษ์ใช้มือใหญ่โอบอุ้มร่างน้อยไว้ในมือก่อนจะลูบที่ขนเงางามอย่างเบามือ
“คงไปเจออะไรเข้าสินะ อย่ากลัวไปเลยนะตอนนี้ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วนะครับ”
น้ำเสียงอ่อนโยนกับดวงตาที่ส่องประกายของความเมตตาบวกกับความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากอุ้มมือใหญ่ ทำเอานกน้อยตาเป็นประกาย
ซุกแนบศีรษะกับฝ่ามืออุ่นร่างน้อยหยุดสั่นโดยทันที รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคล้ำ ก่อนจะมีเสียงทักทายดังขึ้นจากข้างหลัง
“ทำอะไรอยู่เหรอภูมิ.....นกของนายเหรอ”
เสียงทักทายอย่างนุ่มนวลดังขึ้นจากเด็กหนุ่มผิวขาวเหลือง
ตาสีดำภายใต้แว่นเหลี่ยมเล็กๆ กรอบสีขาวขาแว่นสีดำ ผมสีดำยาวกว่านักเรียนชายทั่วไป ยาวประมาณเกือบๆถึงบ่าและซอยเล็กน้อยสวมหูฟังรอบลำคอ ดวงตาสีน้ำตาลเรียวจับจ้องไปที่เจ้านกน้อยอย่างสงสัย
“ไม่ใช่ของผมหรอกครับ น่าจะเป็นของลุงยาม”
“เหรอ.....น่ารักดีนะสีแปลกด้วยไม่เคยเห็นนกฟินซ์สีเหลืองทั้งตัวเลย”
“นั้นสิครับ.....อ่า จะเจ็ดโมงครึ่งแล้วนะครับ ไปที่ห้องเรียนกันเถอะครับ”
เด็กที่ชื่อภูมิว่าพร้อมกับส่งนกตัวนั้นคืนให้ลุงยามไป เด็กหนุ่มอีกคนพยักหน้าก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวเดินเข้าไปในโรงเรียนด้วยกัน
......เด็กที่ชื่อภูมินี้เป็นเด็กที่อ่อนโยนมากเลยนะเนี่ย.......ผิดกับรูปร่างหน้าตามากๆ เลยสิ.....
......อย่างคำโบราณว่าสินะที่ว่ามองคนแต่ภายนอกไม่ได้.......
......แต่ยังไงซะ.......คงได้เวลาพาเจ้านกน้อยกลับบ้านได้แล้วล่ะ~..........
ลุงยามค่อยๆ พาเจ้านกน้อยเข้ากรงเพื่อให้มันได้พักผ่อน ก่อนจะหันหลังกลับไปทำหน้าที่
ฉันค่อยๆ ย่องกายเข้าใกล้กรงเหล็กอันนั้นโดยไม่ให้ลุงยามรู้ตัว จังหวะที่ไร้สายตาทุกคนจับจ้อง
บวกกับนักเรียนที่มาสายกำลังวิ่งเข้าประตูโรงเรียนกันเจ้าละหวั่น ทำให้ลุงยามไม่ได้สนใจข้างหลังเท่าไรนัก
.....โอกาสเหมาะเจาะ.......
ฉันใช้ความรวดเร็วที่ใช้ในตอนแย่งซื้อของถูกมาใช้ในการความกรงเหล็กนั้นก่อนจะก้าวขาเคลื่อนกายออกไปจากบริเวณนั้นโดยทันที
.........ที่เหลือก็แค่ส่งใบสมัครสินะ........
......หวังว่าท่าน ผ.อ. จะพิจารณาใบสมัครที่ฉันส่งไปนะค่ะ^^...........
ขอความกรุณาด้วยนะค่ะ^^~
(แก้ไขบรรทัดอย่างที่คุณโคค่อนบอกแล้วนะค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกนะงับ= =)
edit @ 23 Apr 2008 19:09:40 by Ruii
หวังว่าจะได้เจอกันที่ รร นะฮะ
#1 By Zairen_Bibliophobia on 2008-04-21 20:03