(แอบแก้ไขนิดหน่อยนะงับ เพราะพอมาเขียนการบ้านที่ 4

จึงเห็นว่าแอบมีนักเรียนใหม่รุ่นแรกอยู่ด้วย....ตั้ง2คนแนะ= =) 

 

 

 

หน้าทางเข้าโรงเรียนลูกบาศก์


ในตอนเช้ามืดของวันเปิดเรียนวันแรก ขณะที่ยามเฝ้าหน้าประตูกำลังแอบงีบหลับ

ได้มีเงาร่างสีดำโผล่พ้นใบหน้าออกมาจากเสาไฟฟ้าแถวนั้น

 

 

 

ขาเรียวค่อยๆ ย่องออกมาจากที่ซ่อนโบกมือผ่านใบหน้าเหี้ยมเพื่อความแน่ใจว่าอีกฝ่ายหลับสนิท

ก่อนจะล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากเสื้อคลุมสีดำแล้ววางกรงเหล็กขนาดเล็กซึ่งมีลูกนกตัวน้อยขนสีเหลืองอ่อนเงางาม

กำลังหลับสบายไว้บนตักของยามคนนั้นอย่างเบามือจากนั้นจึงรีบก้าวขากลับไปยังที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

 

 

......ทีนี้......มาดูปฏิกิริยาของพวกเด็กๆ กันดีกว่า~.........

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลา 6.00 น.

 

 

......คิคิคิ....เริ่มมีนักเรียนมากันแล้วสินะ.....แต่ทำไมก็มีบางคนเดินผ่านไปโดยไม่สนใจเลยล่ะ - -.....

 

 

 

 

 

....คุณยามยังแอบหลับอยู่เลย......ดูท่าทางจะยังไม่รู้ตัวด้วยว่ามีอะไรอยู่บนตัก........

 

 

 

 

 

 

 

....อ่ะ!! เหยื่อ เอ้ย!! ไม่ใช่.....เด็กนักเรียนคนนั้นเริ่มสนใจสัตว์เลี้ยงของฉันแล้ว.......

 

 

 

 

 

.....เอ๊ะ....จะว่าไปเป็นของฉันก็ไม่ถูกนะ........เรื่องนั้นช่างมันเถอะ!!!......

 

 

 

......มาดูปฏิกิริยาของเด็กคนนี้กันดีกว่า.......

 

 

 

 

 

 

ลุงยามครับ.....ลุงยามครับ.....

เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งดูท่าทางแข็งแรงกำลังพยายามปลุกคุณลุงยามหน้าประตูอยู่

ชายวัยกลางค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาจากการงีบหลับพร้อมกับดวงตากลมเล็กของเจ้านกน้อยที่ลืมขึ้นตามมา

 

 

 

 

 

หาววว~ ขอบใจมากนะพ่อหนุ่มที่ช่วยปลุก.....แล้วอย่าไปบอกใครล่ะ

ยามคนนั้นพูดเสียงเบาให้เค้ากับเด็กคนนั้นได้ยินกันแค่สองคน แต่ที่ฉันได้ยินด้วยคงเป็นเพราะ...... นิสัยทั่วไปของแม่บ้านล่ะค่ะ คิคิคิ........

 

 
.....แต่แอบหลับเนี่ย....ไม่ไหวเลยนะลุงค่ะ........

 

 

 

 

 

 

ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ดูมีเชื้อสายคนจีนอยู่ไม่น้อย ปรากฏรอยยิ้มแห้งๆขึ้นจนเห็นรอยลักยิ้มที่แก้มข้างขวา

 

วันหลังก็ระวังหน่อยแล้วกันนะครับ.......ว่าแต่ นั้นนกของลุงเหรอครับ

 

ดวงตาชั้นเดียวจับจ้องไปที่นกน้อยในกรงเหล็ก ใบหน้าของชายสูงวัยกว่าแสดงออกถึงความงุนงง

ก่อนจะเหลือบมองตามสายตาของเด็กหนุ่ม ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นดวงตากลมๆ สีดำเงยขึ้นมามองตน

 

 

 

 

เหวอ!!! อีหยังเจานกตัวนี้มันมาได้ยังไง!!!”

ท่าทางตกอกตกใจของคนตรงหน้าทำเอาคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เด็กคนนั้นจึงวิสาสะเอื้อมมือไปเปิดประตูกรงออก

เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ้านกน้อยจึงกระโดดไปเกาะที่นิ้วเรียวขาวอย่างรู้งานเด็กหนุ่มไล่สายตาไปตามขนสีเหลืองงามเหมือนจัดวางไว้ทั่วตัวนั้น

 

 

 

ดูแล้วน่าจะเป็นนกฟินซ์นะครับ จากลักษณะภายนอกถ้าไม่รวมสีขนนะ....ดูยังไงก็น่าจะถูกเลี้ยงมานานแล้วนะครับ ดูเข้ากับคนได้ดีที่เดียวเลย.....ไม่ใช่ของลุงจริงๆ เหรอ

เด็กหนุ่มว่าพรางลูบศีรษะเล็กๆ อย่างเบามือ เจ้านกน้อยก็ไซร้หัวอย่างออดอ้อน

 

 

คงจะมีคนมาวางทิ้งไว้......สงสัยต้องให้เจ้านกนี้อยู่ตรงนี้ไปก่อนแล้วล่ะ เอาไว้ตอนเย็นลุงค่อยเอาไปให้ตำรวจก็แล้วกัน

ยามคนนั้นว่าพรางรับร่างน้อยจากมือของนักเรียนคนนั้น

 

 

งั้นผมไปก่อนนะครับ ลาล่ะเจ้านกน้อยหาเจ้าของเจอไว้ๆ ล่ะ

เด็กคนนั้นไหว้ลุงยามคนนั้น ลูบหัวลาเจ้านกน้อย 2-3 ทีก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปภายในโรงเรียน

เมื่อนักเรียนคนแรกเดินจนลับสายตาไป ฉันจึงเริ่มสอดส่องหาเด็กคนอื่นที่จะมาสนใจในสิ่งที่ฉันทิ้งไว้

และแล้วก็มีเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังก้าวเดินมา เอ๊ะ......อากาศก็ไม่ร้อนนี้น่า ฝนก็ไม่ตกด้วย......

.....แล้วเด็กคนนั้นถือร่มมาทำไม???.......

 

 

ว้าว~ นกน่ารักจังเลยค่ะ ของคุณลุงยามเหรอค่ะ??

เธอคนนั้นกล่าวถาม ดวงตาสดใสภายใต้กรอบแว่นเพ่งมองไปที่เจ้านกน้อยสีเหลืองที่เกาะอยู่นอกที่ซี่กรงเหล็ก

สิ่งมีชีวิตตัวน้อยกระโดดไปเกาะที่บ่าของผู้จ้องมองมันก่อนจะเอาศีรษะน้อยๆ ถูๆ กับผิวแก้มเนียนใสของเด็กหญิง

เรียกรอยยิ้มเอ็นดู เสียงหัวเราะน้อยๆ ดังขึ้นเมื่อหล่อนเริ่มรู้สึกจักจี้ มือบางยกขึ้นไปให้ขาเล็กเกาะก่อนจะส่งคืนลุงยาม

 

 

เอาไว้จะมาเล่นด้วยใหม่ ไปก่อนนะ~”

เด็กหญิงว่าพรางโบกมือให้ก่อนจะเดินจากไปโดยมีร่มประจำกายพาดบ่าอยู่

.....ช่างเป็นเด็กที่แปลกดีจริงๆ .......

 

 

ฉันคิดก่อนจะเหลือบมองสีหน้าของยามคนนั้นที่ดูจะเริ่มคุ้นเคยกับเจ้านกน้อยของฉัน

.....ก็แน่สิ....เจ้านกตัวนั้นมันออกจะขี้อ้อนขนาดนั้น.......

 

ว่าแล้วก็เริ่มมีนักเรียนหลายๆ คนหันมามองลุงยามซึ่งกำลังเล่นกับเจ้านกตัวน้อยที่กระโดดไปมาพร้อมกับส่งเสียงใสขับร้องออกมาราวกับกำลังร้องเพลง

 

 

-โครม!!-

 

ทุกสายตาหันไปทางต้นเสียงรวมไปถึงฉันด้วย เมื่อเศษฝุ่นเริ่มซาลง (ไม่ถึงขนาดนั้นนั้นหรอกค่ะ^^*)

เด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายจากการโดนประทุษร้ายจากก้อนหินก้อนเล็กแถวนั้น (อันนี้ฉันคิดเองนะค่ะ.....ก็มันไม่มีอย่างอื่นน่าสะดุดล้มนอกจากก้อนหินก้อนจิ๋วก้อนนั้นนี้ค่ะ)

ค่อยๆ ยันกายขึ้นมาจากพื้น รอบกายของเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยหนังสือที่ล้มอีเหละเขะขะไปทั่ว

 

.....ฉันก็อยากจะไปช่วยเธอนะพ่อหนุ่มน้อย.......แต่ฉันปรากฏตัวให้เธอเห็นไม่ได้........

 

 

มือขาวๆ พยายามควานหาแว่นไร้กรอบสีฟ้าที่หล่นอยู่ตรงหน้าอย่างร้อนรน

เมื่อเห็นดังนั้นเหล่านักเรียนในบริเวณนั้นจึงวิ่งมาช่วยหนุ่มแว่นคนผู้กำลังลำบาก

.....ฉันล่ะปลื้มใจกับน้ำใจของเด็กไทยเสียจริง......

 

 

 

.....รู้สึกว่าพวกเค้าจะรู้จักกันด้วยนะ สงสัยจะอยู่ห้องเดียวกัน......

 

 

 

 

......แต่ดูท่าทางเด็กแว่นคนนั้นจะเป็นคนจริงจังนะ ดูสิสีหน้าเครียดเชียว ก้มหน้าขอโทษขอโพยทุกคนใหญ่เลย ชะอุ้ย!! เจ้านกน้อยไปทำอะไรที่บ่าของเด็กคนนั้นกัน.......

 

 

 

 

 

อะ.....อย้า~.....เครี๊ยด~.....เล๊ย~....

เจ้านกน้อยขับร้องออกมาเป็นคำพูดเสียงแหลมใส ทำเอานักเรียนกลุ่มนั้นถึงกับตกใจใหญ่เลย

 


.....มันเป็นคำพูดที่.......เจ้านกนี้มันจะร้องออกมาเวลาอยู่กับเจ้านายจริงๆ ของมันล่ะค่ะ^^........

 

 

 

 

.....ซึ่งแน่นอน.....พูดเป็นอยู่ประโยคเดียว........

 

 

 

 

 

โห!! นกตัวนนี้พูดได้ด้วยอ่า

เด็กสาวตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันสวมแว่นกรอบสีดำร้องออกมาอย่างตื่นเต้นไม่ต่างจากเพื่อนๆ ในบริเวณนั้นเท่าไร

เจ้านกน้อยยังคงเชิดจะงอยปากของมันขึ้นก่อนจะร้องประโยคเดิมหากแต่โทนเสียงสูงกว่าตอนแรกยิ่งนัก

 

 

 

 

 

น่ารักจังเลย~”

เด็กหญิงหน้าตาใจดีเจ้าของทรงผมแปลกประหลาดที่เกล้าผมเป็นก้อนอะไรสักอย่างกลมๆ เอ่ยชม

จังหวะเดียวกับที่เจ้านกสีเหลืองกระโดดจากบ่าของหนุ่มแว่น ไปดูบนนิ้วเรียวขาวนวลของเด็กหญิงคนนั้น

 

.......แหม่.....เห็นคนหน้าตาน่ารักเป็นไม่ได้เลยนะ......ไอ้เจ้านกอ้วน......

 

 

 

 

 

 

ดูท่าทางมันจะเชื่องดีนะ

เสียงทุ่มดังขึ้นราบเรียบจากเด็กหนุ่มผมดำขลับยาวรุงรังมัดลวกๆ ไปข้างหลังเหมือนพวกหนุ่มเซ่อๆ

รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเจ้านกน้อยหันมาพร้อมกับเอียงคอให้อย่างน่ารัก

 

 

 

นั้นสิ....

 

 

นกของใครอ่ะไอริน???

คำเอ่ยถามดังขึ้นจากเด็กหนุ่มหน้าใสอย่างดาราญี่ปุ่น รูปร่างสูงโปร่งเยี่ยงนายแบบ

 

......โอ้ย....คุณแม่ขอกรี๊ดได้มั้ยค่ะ>o<.......

 

 

 

 

 

ไม่รู้สิจ๊ะ....สานรู้มั้ยจ๊ะ?

 

 

 

มะ...ไม่รู้เหมือนกันครับ

 

 

 

รู้สึกจะบินมาจากยามคนนั้นนะ.....

น้ำเสียงเฉยเมยดังจากเด็กสาวรูปร่างสูงโปร่ง มีรูปร่างที่ดูเป็นสาวกว่าเด็กหญิงคนอื่นๆ ที่ฉันเคยเห็น

นิ้วเรียวขาวนวลชี้ไปที่ลุงยามที่กำลังแย้มยิ้มจ้องมองมา ก่อนที่เธอจะเดินจากไป

 

 

งั้นหนูคืนให้นะค่ะ

เด็กหญิงท่าทางใจดีส่งร่างน้อยสีเหลืองให้ลุงยามหน้าประตู ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกับไปตามทางของตน

......นับๆ ดูแล้วก็ 9 คนแล้วสินะ.......

 

 

 

.......นี้ก็หกโมงครึ่งแล้วสิ.......จะทันในเช้าวันนี้มั้ยนะ.......

 

 

 

งืบๆ.....งัมๆ....

เสียงงึมงำดังขึ้นเริ่มความสนใจของฉันให้หันไปมอง เด็กหญิงคนหนึ่งกำลังเดินโซซัดโซเซดูสะลึมสะลือจะหลับมิหลับแหล

 

.......ตายแล้ว......จะล้มไปนอนกับพื้นไหมเนี่ย......

 

 

 

ขณะที่เด็กคนนั้นกำลังเซเดินผ่านลุงยาม เจ้านกน้อยก็บินจากบ่าของลุงยามไปเกาะที่บ่าของเด็กหญิงพร้อมกับจิกเบาๆ ไปที่คางมนที่แอบมีคราบน้ำลายไหลเล็กน้อย(ที่ฉันพอจะสักเกตุเห็น)

 

ราวกับกำลังพยายามปลุกให้สาวเจ้าตื่น ซึ่งดูเหมือนจะได้ผลเมื่อดวงตาลิบหรี่เหลือบมองอะไรแหลมๆ ที่กำลังจิ้มๆ อยู่ที่คาง

 

รอยยิ้มราวเพ้อฝันแย้มขึ้นบนใบหน้าเมื่อรู้ว่าเป็นอะไรก่อนจะลูบที่ศีรษะน้อยๆ และปิดตาลงไปอีกครั้ง

พร้อมกับเดินจากไปด้วยลักษณะการเดินที่เหมือนเดิม ปีกสีเหลืองกระพือขึ้นปีกไปเกาะที่บ่าของลุงยามเช่นเดิม

 

.....ฉันหวังว่า.....เด็กคนนั้นคงไปถึงห้องเรียนโดยไม่ไปสลบที่ไหนก่อนนะ = =.......

 

 

 

 

 

.....อ่ะ.......คราวนี้เดินกันมาเป็นกลุ่มเลยแฮะ.......หรือว่าบังเอิญเดินมาในเวลาเดียวกันนะ.......

 

 

 

 

 

 

......นี้ก็หกโมงสี่สิบห้าแล้วนี้นะ......เวลาปกติของการมาโรงเรียน........

 

 

 

 

.....คงอาจจะต้องยกเว้นนักเรียนที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียน - -.......

 

 

 

กลุ่มเด็กนักเรียนที่เดินมาพร้อมกันแต่ไกล ถ้านับไล่ตั้งแต่คนที่อยู่ใกล้สายตาฉันมากที่สุด

ก็คงเป็นเด็กหญิงรูปร่างดีไม่อ้วนไม่ผอม ผมยาวเกือบถึงกลางหลังชอบรวบผมต่ำๆแบบลวกๆ หน้าใสมากๆ

ตาโตสีดำสนิทอีก แต่ที่สะดุดตาที่สุดคงจะเป็นไฝเล็กๆที่ลำคอขาวๆ ของเธอ

 

 

 

 

 

ถัดไปทางซ้ายก็เป็นเด็กหนุ่มผิวออกคล้ำที่สูงมากน่าจะประมาณ 180 ได้

รูปร่างเหมือนพวกนักบาสแต่ขนาดตัวเล็กกว่า ผมสีน้ำตาลอ่อน ทรงผมคล้ายทรงรองทรงยาวถึงคอเสื้อบวกกับแว่นหนาเตอะ

ทำให้เด็กคนนี้ดูเป็นเด็กเรียนยังไงไม่รู้สิ

 

 

 

 

ถัดไปข้างหลังเล็กน้อยก็คงเป็นเด็กผู้หญิงที่ตัวสูงเอาการถ้าเทียบกับคนอื่นๆ รูปร่างผอม

แต่ไม่ใช่หนังหุ้มกระดูกผมยาวสไลซ์ หน้าม้าซอยปิดคิ้ว หน้าแอบเหมือนสาวจีน หรือญี่ปุ่น

ดูจากรูปร่างและหน้าตาแล้วก็ดูเป็นคนตรงๆ เอาเรื่องเหมือนกัน

 

 

 

 

ทางขวาถัดไปเป็นเด็กหญิงผมยาวสีดำปล่อยยาว บนหัวมีผมกระดกขึ้นมาสามกอ ตาสีดำชั้นเดียวแบบสาวหมวยแท้ เป็นเด็กที่......อย่าให้บอกเลยว่ากระดานยังอาย.....

 

 

 

 

คนสุดท้ายซึ่งอยู่ข้างหลังสุด คือเด็กชายผมสั้น ผิวคล้ำนิดๆ เป็นนักกีฬากล้ามสมส่วน คิ้วเข้มหน้าไทย.......ดูจะเป็นคนไทยแท้ที่สุดที่เคยเห็นมาแล้วล่ะค่ะ^^

 

 

.....อ่ะ เด็กคนแรกกำลังจะผ่านเจ้านกน้อยแล้ว.......

 

 

 

 

 

 และด้วยนิสัยที่ไม่รู้ว่าเจ้านกนี้ไปร่ำเรียนมาจากไหนเท่าที่ดู เห็นเด็กผู้หญิงเป็นไม่ได้เลยต้องปีกไปเกาะบ่าเค้า

เด็กคนนี้ก็เช่นกัน

 

 

 

 

 

เอ๋.....นกจากไหนนะ....

เด็กคนนั้นอุทานออกมาเบาๆ พร้อมกับยกมือเนียนขึ้นให้ร่างน้อย

เจ้าตัวเล็กเริ่มเอียงคอมองเด็กสาวทางซ้ายทีขวาทีอย่างน่าเอ็นดู เรียกเสียงหัวเราะน้อยๆ ดังจากเจ้าหล่อนได้อย่างน่ารัก

 

 

 

 

นกสีเหลืองเหรอ.....แปลกจังเลยนะ.....ของเธอเหรอ อ๊า.....ฟองคลื่นใช่มั้ยครับ

เด็กหญิงสะดุดตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงดังจากด้านข้าง เด็กหนุ่มร่างสูงกำลังจับจ้องไปที่เจ้าตัวน้อยสีเหลืองสีแปลกตา

 

 

 

 

นั้นสิเนอะ เห็นแล้วนึกถึงเพลงของคาราวานเลยนะครับ

เสียงพูดที่ฟังดูเหน่อนิดๆ ดังจากเด็กหนุ่มหน้าไทยซึ่งยืนอยู่อีกข้างหนึ่ง เท่าที่ฉันสังเกตเด็กหญิงคนนั้นดูประหม่าขึ้นมาทันที

 

 

 

 

 

เพลงนั้นมันเก่ามากแล้วนะ......

 

 

 

 

 

อืมๆ ใช่ๆ เห็นแล้วรู้สึกเหมือนนกในการ์ตูนสยองขวัญเรื่อง.......

 

 

 

 

ขอตัวก่อนนะค่ะ!!!!”

 

ยังไม่ทันทีเด็กหญิงเจ้าของปอยผมสามหน่อบนหัวกับเด็กสาวร่างสูงอีกคนที่ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ตรงหน้าเธอตั้งแต่เมื่อไหร่จะพูดจบ

เด็กหญิงขี้อายก็รีบวิ่งออกไปจากตรงนั้นทันที

 

 

 

 

อ้าวๆ สงสัยเธอจะกลัวที่พวกนายจู่ๆ ก็ไปคุยด้วยล่ะมั้ง.......ไม่รีบไปขอโทษล่ะ

เด็กหญิงพูดเสียงราบเรียบ ใบหน้าเล็กกระตุกรอยยิ้มแปลกๆ ขึ้น หากแต่คงไม่น่าสนใจเท่าคำพูดของเจ้าหล่อน

เด็กหนุ่มสองคนหน้าเหวอไปเล็กน้อยก่อนจะวิ่งไปตามทางที่เด็กคนนั้นวิ่งไป

 

 

 

งั้นฉัน....ก็ต้องรีบไปขอโทษด้วยสิ!!!”

เด็กหญิงร่างสูงพึมพำออกมาราวกับพึ่งนึกได้ ก่อนจะออกวิ่งตามไป

 

 

 

เสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ เมื่อลับแผ่นหลังของคนทั้งสอง ทำเอาเจ้านกน้อยรีบบินกลับไปเกาะที่บ่าของลุงยาม จนกระทั้งเด็กหญิงที่มีออร่าแปลกๆ จะเดินไปจากบริเวณหน้าประตู

 

 

........เด็กคนนั้น.....ดูน่ากลัวยังไงไม่รู้สิ........

 

 

 

 

 

......ตายแล้ว!!! เจ็ดโมงแล้วสิ.....ยังขาดอีก 5 คน......

 

 

 

 

 

......อ่ะ มีเด็กเดินผ่านมาแล้ว........

 

 

 

 

 

คราวนี้เป็นเด็กผู้ชายสองคนกำลังเดินคุยกันอยู่ เด็กผู้ชายตัวเล็กผมชี้ฟูไม่เป็นทรง

กับเด็กน้อยตัวเล็กตาสีน้ำตาลเข้ม ผมสีน้ำตาลยาวประมาณระต้นคอหน้าตาบอกถึงความโชตะอย่างเด่นชัด แต่ที่รู้ๆ ตอนนี้ฉันต้องใช้ความอดทนถึงที่สุด

 

.......จะเอากลับบ้าน>o...............

 

 

 


หลังจากที่ฉันสงบสติอารมณ์เรียบร้อยแล้ว ก็หันมาสังเกตทั้งคู่อีกครั้ง

 

 

 

เด็กน้อยทั้งสองเดินผ่านเจ้านกน้อยไปคงด้วยเพราะกำลังคุยกันอยู่ด้วยละมั้ง แต่ไอ้เจ้านกนี้สิ.......

 

 

......ตอนนี้....แกจะไม่ไปเกาะแกะตัวผู้เลยใช่มั้ยย่ะ -*-.........

 

 

 

 

แต่แล้วสายตาอันเฉียบคมของฉันก็หันไปเห็นเด็กนักเรียนคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินมาพอดี ใบหน้าเล็กขาวมน

ผิวขาวราวกับไม่เคยต้องกับแสงแดดใดๆ เส้นผมสีดำเหลือบสีน้ำเงินเช่นเดียวกับดวงตากลมโตดูไร้เดียงสา

ลักษณะภายนอกที่ดูรวมๆ แล้วดูราวกับตุ๊กตาฝรั่งเศสที่ถูกประดิษฐ์สร้างจนเป็นผลงานชั้นเยี่ยม

 

 

......ชักอยากเอาตุ๊กตาตัวนี้กลับบ้านแล้วสิ คิคิคิ........

 

 

 

 

 

......แต่ต้องท่องไว้ว่า.....เพื่อลูกๆ ห้ามปรากฏตัวไปลักเด็กเค้าเด็ดขาด= =.........

 

 

 

 

......โรงเรียนนี้มีแต่เด็กน่ารักๆ ทั้งนั้นเลย~........

 

 

 

 

เอ๊ะ?!......แล้วทำไมไอ้นกอ้วนนั้นมันไปเกาะที่บ่าของเด็กคนนั้นล่ะ

 

 

 

 

 

ฉันแอบนึกหมั่นไส้สัตว์เลี้ยงตัวกลมเมื่อขาเล็กๆ ไปเกาะอยู่บนบ่าเล็กของเด็กน้อยคนนั้น

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเหลือบมองร่างกลมๆ สีเหลืองก่อนจะแย้มยิ้มหวานออกมา

 


.......อ๊าก.....ขอละลายตายตอนนี้ก็ยอม!!!........

 

 

 

 

แต่ทำไม......ถึงรู้สึกถึงรังสีแปลกๆ จะเด็กคนนั้นล่ะ........

 

 

 

แต่ดูเหมือนเจ้านกอ้วนก็รู้สึกเหมือนกัน มันรีบกระพือปีกไปเกาะที่บ่าของลุงยามเช่นเดิม

ฉันแอบสังเกตเห็นร่างเล็กๆ นั้นสั่นเครือราวกับกำลังกลัว

 

 

.....เกิดอะไรขึ้น???.......

 

 

 

 

เอาไว้ถ้าได้เจอกันอีก จะมาเล่นด้วยนะครับ

เสียงนุ่มใสกล่าวขึ้นพร้อมกับชะโงกใบหน้าที่ยังแย้มยิ้มอยู่เข้าใกล้เจ้านกน้อย แล้วเดินจากไป

 

......ถึงจะแอบน่ากลัว......แต่ก็ยังอยากเอากลับบ้านอยู่ดีนั้นแหละค่า~........

 

 

 

 

 

หืม.....นกตัวนี้มันเป็นอะไรไปเหรอครับ สั่นใหญ่เชียว

น้ำเสียงทุ่มต่ำดังขึ้นอย่างอ่อนโยนทำเอาฉันหลุดจากผะวังแอบมองเจ้าของเสียงนั้น

เป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่มองจากมุมของฉันแล้วให้ความรู้สึกเหมือนหมีดำยังไงก็ไม่รู้สิค่ะ

 

 

 

 

 

ไม่รู้สิครับ พอเจ้านี้บินไปเกาะเด็กคนที่ผ่านไปนู่นแล้วกลับมาก็สั่นใหญ่เลยครับ

ลุงยามเอ่ยด้วยน้ำเสียงแกมเป็นห่วง เด็กหนุ่มร่างยักษ์ใช้มือใหญ่โอบอุ้มร่างน้อยไว้ในมือก่อนจะลูบที่ขนเงางามอย่างเบามือ

 

 

 

 

คงไปเจออะไรเข้าสินะ อย่ากลัวไปเลยนะตอนนี้ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วนะครับ

น้ำเสียงอ่อนโยนกับดวงตาที่ส่องประกายของความเมตตาบวกกับความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากอุ้มมือใหญ่ ทำเอานกน้อยตาเป็นประกาย

ซุกแนบศีรษะกับฝ่ามืออุ่นร่างน้อยหยุดสั่นโดยทันที รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคล้ำ ก่อนจะมีเสียงทักทายดังขึ้นจากข้างหลัง

 

 

 

 

ทำอะไรอยู่เหรอภูมิ.....นกของนายเหรอ

เสียงทักทายอย่างนุ่มนวลดังขึ้นจากเด็กหนุ่มผิวขาวเหลือง

ตาสีดำภายใต้แว่นเหลี่ยมเล็กๆ กรอบสีขาวขาแว่นสีดำ ผมสีดำยาวกว่านักเรียนชายทั่วไป ยาวประมาณเกือบๆถึงบ่าและซอยเล็กน้อยสวมหูฟังรอบลำคอ ดวงตาสีน้ำตาลเรียวจับจ้องไปที่เจ้านกน้อยอย่างสงสัย

 

 

 

ไม่ใช่ของผมหรอกครับ น่าจะเป็นของลุงยาม

 

 

 

 

 

เหรอ.....น่ารักดีนะสีแปลกด้วยไม่เคยเห็นนกฟินซ์สีเหลืองทั้งตัวเลย

 

 

 

 

 

นั้นสิครับ.....อ่า จะเจ็ดโมงครึ่งแล้วนะครับ ไปที่ห้องเรียนกันเถอะครับ

เด็กที่ชื่อภูมิว่าพร้อมกับส่งนกตัวนั้นคืนให้ลุงยามไป เด็กหนุ่มอีกคนพยักหน้าก่อนที่ทั้งคู่จะก้าวเดินเข้าไปในโรงเรียนด้วยกัน

 

 

......เด็กที่ชื่อภูมินี้เป็นเด็กที่อ่อนโยนมากเลยนะเนี่ย.......ผิดกับรูปร่างหน้าตามากๆ เลยสิ.....

 

 

 

 

......อย่างคำโบราณว่าสินะที่ว่ามองคนแต่ภายนอกไม่ได้.......

 

 

 

 

 

......แต่ยังไงซะ.......คงได้เวลาพาเจ้านกน้อยกลับบ้านได้แล้วล่ะ~..........

 

 

 

 

 

ลุงยามค่อยๆ พาเจ้านกน้อยเข้ากรงเพื่อให้มันได้พักผ่อน ก่อนจะหันหลังกลับไปทำหน้าที่

ฉันค่อยๆ ย่องกายเข้าใกล้กรงเหล็กอันนั้นโดยไม่ให้ลุงยามรู้ตัว จังหวะที่ไร้สายตาทุกคนจับจ้อง

บวกกับนักเรียนที่มาสายกำลังวิ่งเข้าประตูโรงเรียนกันเจ้าละหวั่น ทำให้ลุงยามไม่ได้สนใจข้างหลังเท่าไรนัก

 

.....โอกาสเหมาะเจาะ.......

 

 

 

 

ฉันใช้ความรวดเร็วที่ใช้ในตอนแย่งซื้อของถูกมาใช้ในการความกรงเหล็กนั้นก่อนจะก้าวขาเคลื่อนกายออกไปจากบริเวณนั้นโดยทันที

 

.........ที่เหลือก็แค่ส่งใบสมัครสินะ........

 

 

 

 

......หวังว่าท่าน ผ.อ. จะพิจารณาใบสมัครที่ฉันส่งไปนะค่ะ^^...........

 

 

ขอความกรุณาด้วยนะค่ะ^^~

 

(แก้ไขบรรทัดอย่างที่คุณโคค่อนบอกแล้วนะค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกนะงับ= =)


edit @ 23 Apr 2008 19:09:40 by Ruii

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ละเอียดน่าดูเลย ขยันจริงๆครับ big smile




หวังว่าจะได้เจอกันที่ รร นะฮะ confused smile

#1 By Zairen_Bibliophobia on 2008-04-21 20:03

โทษทีที่ตอบยช้านะครับ
อ่านไปได้สักพักผมก็ตัดสินใจว่าจะไม่นับจำนวนคนเช็คแล้ว
เพราะถ้าขาดไปสักคนผมคงไม่รู้สึกอะไรเลย

เขียนได้เพลินดีครับ ไม่ต้องหวือหวาอะไรก็ยังสนุกได้
(ไม่ได้หมายความว่าหวือหวาแล้วไม่ดี
แต่ละแบบก็มีข้อดีต่างกันไป)

คือผมว่าเขียนได้สื่อถึงตัวละครต่างๆได้ชัดดี
เขียนได้ใจเย็นมากจนแอบคิดว่าไม่กลัวไม่ทันเรอะ 555

...
ผ่านแล้วครับ คิดตัวละครมาได้เลย
ค่อยๆคิดก็ได้ จนได้ตัวที่คิดว่าเป็นหนึ่งเดียวจากเราส่งมา รร เลย
ยังไงก็มีเวลาจนถึงวันที่3(ผมจะได้วาดรูปให้ทัน)

#2 By โคค่อน on 2008-04-22 20:42

อ้อ ลืมบอก
เวลาพิมพ์อย่าปล่อยให้บรรทัดหนึ่งข้อความยาวไปนะ
ถ้ายาวมาก ที่firefox มันจะยาวจนกดลิงค์ข้างขวาไม่ได้ครับsad smile

#3 By โคค่อน on 2008-04-22 20:43

นกตัวนั้นมันน่ารักมากเลยครับ
เจ้าของคงเป็นคนที่อ่อนโยนราวกับขนมันเป็นแน่แท้

แล้วจะรอต้อนรับ
เพื่อนคนใหม่เร็วๆนี้นะครับ
แล้วอย่าลืม...มาทักทายกันบ้างนะครับ

ชายหนุ่มกับลักยิ้มข้างขวา
017

#4 By no-ta on 2008-04-22 21:07

นึกว่าจะเอาร่มจิีี้มนกตายอีกแล้ว T=T

#5 By [=M e K=] on 2008-04-22 22:09

ลูกสาวแผลงฤทธิ์...

ถ้าฟ้า/เทียนเล่นแกล้งชาวบ้านไปเรื่อยอย่างนี้ เดี๋ยวปะป๊ะกลับมาเมื่อไหร่ต้องให้ลงโทษแล้วล่ะ

#6 By SadoZ on 2008-04-22 23:32

ไผน้ำลายย้อยน่ะsad smile

ขยันมากเลยย ละเอียดยิบ
แล้วเจอกันที่โรงเรียนค่าopen-mounthed smile

#7 By ป.ปุ้น,,, on 2008-04-23 18:05

เห็นของที่คนอื่นเอาไปวาง
นก, เงิน, หูกระต่าย บลา บลา บลา
มองดูของตัวเอง
...นวลนาง ....

ชั้นเสื่อมไปมั้ยเนี่ย~!!
-*-

เขียนสนุกดีค่ะ :))~

#8 By *Patricia!! on 2008-05-06 09:07

^
^เจ๊แหม่มเสื่อมเต็มๆน่ะแหละ sad smile

#9 By [ i ]Rin on 2008-05-06 11:46

555+

เจ้าปอ ไปรังแกอะไรนกชาวบ้านเขาห๊ะ!!

(ปอ - ผมยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย คึหึหึ)

Ava เป็นโรคแพ้รอยยิ้มเจ้าปอใช่ไหมมม (กร๊ากกกก) รอยยิ้มลูกชายมันหลอกหลอนขนาดนั้นเลยอ่ะ ><b (น่าจะให้มาเจอลูกปอตอนเพิ่งตื่นนอนมั่ง คงเป็นฉบับ Ava แก้แค้น ประมาณนั้น 555+)

อ่านเพลินดีค่ะ ^^ (กำลังแอบหวังว่าอ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะจำคนทั้งห้องได้เอง 555+)

#10 By melody in the world of the tale on 2008-07-07 12:57